อย่าหาว่าผมกวนเลยกับชื่อบล็อกวันนี้ แต่มันเป็นสิ่งที่ผมมักคิดอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับที่แนะนำน้องๆ หลายคนที่มาปรึกษาเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงานประเภททำงานบริษัทนี้มั่นคงไหม ทำงานตำแหน่งนี้จะมั่นคงหรือเปล่า ฯลฯ

มันคงเป็นเรื่องปรกติที่เราก็มักจะให้ความสนใจกับการงานว่ามั่นคงหรือไม่ เราจะฝากชีวิตไว้กับบริษัทได้หรือเปล่า เพราะก็คงไม่มีใครอยากโดนเลย์ออฟ หรือบริษัทปิดตัวลงไปหรอก นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องงานในระบบสัญญาจ้างที่ไม่ใช่พนักงานประจำซึ่งก็ทำให้หลายๆ คนคิดว่าไม่เวิร์ค ไม่มั่นคงเมื่อเทียบกับพนักงานประจำ ฯลฯ

เวลามีคนถามผมเรื่องนี้ ผมมักจะตอบกลับไปว่าความมั่นคงจริงๆ ไม่ได้อยู่ที่บริษัทหรือตำแหน่งงาน แต่อยู่ที่ตัวเราเองต่างหาก

ถ้าจะพูดกันง่ายๆ ผมก็มักถามว่าถ้าวันนี้เราลาออกด้วยเหตุบางอย่าง หรือมีเหตุจำเป็นให้ต้องตกงาน จะมีใครมาชวนเราไปทำงาน จะมีใครเสนองานให้เราเลยไหม หรือว่าเราต้องออกไปเดินหางานเหมือนสมัยที่สมัครงานใหม่ๆ โดยต้องลุ้นว่าเขาจะรับหรือไม่รับ? หรือถ้าจะคิดง่ายๆ คือถ้าวันนี้เราลาออก บริษัทจะหาวิธีรั้งตัวเรา หรือให้เราลาออกได้ตามสมัครใจโดยไม่พูดอะไร?

คำถามนี้อาจจะเป็นคำถามง่ายๆ แต่มันสะท้อนหลายอย่าง มันถามกลับมาว่าตัวเราอยู่ในจุดที่คนอยากทำงานด้วย อยากแนะนำให้บริษัทของเขาได้เราไปทำงานหรือไม่ หรือเราเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างหรือโดดเด่นกว่าคนทั่วๆ ไปอยู่ในตำแหน่งงานแบบเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้เราถูกทดแทนด้วยใครก็ได้

หนึ่งในหนังสือที่ผมชอบพูดถึงเรื่องนี้ได้อย่างน่าคิด โดยเขาบอกว่าพนักงานที่เก่งคือการพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่บริษัท “ขาดไม่ได้” “ทดแทนไม่ได้” ซึ่งนั่นคือความมั่นคงในหน้าที่การงานที่แท้จริง (เพราะบริษัทก็จะหาทางรักษาเขาไว้ให้ได้มากที่สุด) แต่พนักงานส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในโหมดนั้น แถมเผลอๆ งานที่ตัวเองทำอยู่นั้นก็เป็นงานประเภทที่ต่อให้เขาออกไป ก็สามารถหาคนมาลงและทำงานต่อได้ พูดง่ายๆ คือพนักงานนั้นพึ่งบริษัทมากกว่าที่บริษัทพึ่งพนักงาน

บล็อกวันนี้อาจจะสั้นๆ ไม่มีอะไรมาก แต่ก็ลองเอาไปคิดดูกันเล่นๆ ก็ได้ครับว่าวันนี้เรา “มั่นคง” หรือเปล่า หรือจริงๆ คือบริษัทที่เราทำงานด้วยมั่นคงแต่ไม่ใช่ตัวเราแต่อย่างใดกัน ^^