มีหลายๆ คนมาถามผมอยู่บ่อยๆ ว่าธุรกิจวันนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก แล้วเราจะสามารถสู้กับคู่แข่งได้อย่างไร แน่นอนว่าไอเดียการสู้ในแต่ละสนามธุรกิจก็ย่อมไม่เหมือนกัน และก็จะมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามมันก็มีแนวคิดพื้นฐานที่นิยมหยิบมาใช้กันบ่อยๆ (ผมเองก็เช่นกัน)

หลักที่ว่าคือการเลือก 2 จาก 3 ตัวเลือกของความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่ง 3 ตัวเลือกนั้นคือๅ

1. Faster (เร็วกว่า)

ธุรกิจหรือบริการของคุณสามารถให้บริการได้ “เร็วกว่า” คู่แข่งของคุณหรือไม่ คำว่าเร็วกว่าสามารถมองได้หลายความหมายเช่นส่งของได้เร็วกว่า ใช้เวลาในการดำเนินการเร็วกว่า ให้การบริการได้ทันใจมากกว่า เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว คำว่า Faster อาจจะมองไปได้ถึงเรื่องการเข้าถึงที่สะดวกรวดเร็วกว่าอีกด้วย

2. Better (ดีกว่า)

สินค้าและบริการของคุณมีคุณภาพที่ดีกว่าคู่แข่ง เช่นสินค้าใช้วัสดุที่ดีกว่า มีความคงทนมากกว่า ดีไซน์สวยกว่า ตลอดไปจนถึงเรื่องของการบริการ เช่นบริการด้วยอัธยาศรัยดีกว่า บริการให้ความประทับใจมากกว่า ฯลฯ

3. Cheaper (ถูกกว่า)

อันนี้ค่อนข้างจะเข้าใจง่าย ก็คือลูกค้า “จ่าย” ให้กับคุณถูกกว่าที่จ่ายให้กับคู่แข่ง ซึ่งถ้ามองด้วย Marketing Mix ก็คือเรื่องของ Price นั่นเอง

แนวคิดนี้อาจจะไม่มีอะไรสลับซับซ้อนมาก แต่เขาบอกว่าการที่คุณจะสู้กับคู่แข่งคุณได้นั้น คุณต้องมี 2 ใน 3 ข้อนี้จึงจะอยู่ในสถานการณ์ที่ “ได้เปรียบ” ถ้ามีข้อเดียวก็เรียกว่าเหนื่อยหน่อย ถ้ามีสามข้อก็เรียกว่าน่าจะได้เปรียบเยอะมาก

บล็อกวันนี้สั้นๆ แต่ก็ลองไปคิดดูนะครับว่าธุรกิจของคุณวันนี้นั้นมีกี่ข้อจากสามตัวเลือกเมื่อเทียบกับคู่แข่งของคุณ และถ้ายังไม่มีเลยก็ต้องรีบหากทาง “ผ่าตัด” ธุรกิจให้มีข้อได้เปรียบกับเขาแล้วล่ะครับ