เมื่อพูดเรื่องการพัฒนาตัวเองนั้น ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากทำอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่หรือคนที่อยู่ในจุดที่สามารถก้าวหน้าไปสู่โอกาสที่มากขึ้น แต่พอเอาเข้าจริงๆ มีไม่กี่คนที่จะสามารถพัฒนาตัวเองได้ตามที่ตั้งใจไว้ 

ปัญหาอย่างหนึ่งที่เรามักพบคือหลายๆ คนไม่มีทัศนคติที่จะผลักดันตัวเองไปให้ถึงจุดที่ต้องขวนขวายและพยายามพัฒนาตัวเองขึ้นมาจริงๆ หลายคนบอกว่าอยากเก่งขึ้น แต่พอเอาเข้าจริงก็จะหมดไฟและรู้สึกว่าพอแล้วจนสุดท้ายก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาเรียนและพัฒนาทักษะใหม่ๆ บางคนบอกตัวเองว่าอยากอัพเดทความรู้ใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ แต่ในชีวิตจริงก็ไม่ได้มีอัพเดทอะไรเพิ่มเข้ามา

สำหรับผมนั้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสภาวะดังกล่าวก็เพราะสภาวะแวดล้อมของตัวเราเนี่ยแหละที่ทำให้เราไม่ได้รู้สึกถึงความสำคัญที่จะต้องพัฒนาตัวเอง เราไม่เจอภาวะกดดันหรือสร้างแรงบันดาลใจให้ต้องขยับตัวและลุกขึ้นมาทำอะไรเสียที

มันถึงเป็นที่มาของเคล็ดว่าถ้าอยากเก่ง ให้ไปทำงานกับคนเก่งๆ เพราะเราจะได้รับ “พลังงาน” และ “บรรยากาศ” จากพวกเขาจนทำให้ตัวเรารู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง หรือพยายามจะตามคนเหล่านั้นให้ทัน แต่ถ้าบรรยากาศรอบตัวเราไปในทางสบายๆ ขี้เกียจๆ ก็คงจะฉุดเราให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายและขี้เกียจตามๆ กันไป

พอเป็นอย่างนี้ ผมก็ลองกลับมาสำรวจตัวเองว่าทุกวันนี้ผมอยู่ในบรรยากาศอย่างนั้นหรือไม่ ซึ่งผมก็พบว่าหนึ่งในสิ่งที่ผมใช้งานบ่อยสุดๆ (และอาจจะมากที่สุด) ในทุกๆ วันอย่าง Facebook นั้นก็มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยกาศอย่างนั้นอยู่ไม่น้อย และถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้ว เจ้า Facebook ที่เราเล่นทุกวันนี่แหละที่มีส่วนทำให้เรา “คิด” และ “รู้สึก” กับเรื่องการพัฒนาตัวเองและการทำงานอยู่พอสมควร

ที่พูดเช่นนี้เพราะเมื่อมองไปใน News Feed ปัจจุบันของผมนั้น คนที่อยู่ใน Friend List รวมทั้งเพจที่ผมไปกดติดตามนั้น มีกลุ่มใหญ่มากที่อยู่ในแวดวงการตลาด นักคิดเรื่องธุรกิจ ตลอดไปจนบรรดาสื่อที่อัพเดทข่าวสารวงการการตลาดทั้งไทยและเทศ จนทำให้ในทุกๆ วันผมจะเห็นข่าวสารและอัพเดททั้งจากเพื่อน คนรู้จัก และจากเพจดังๆ ที่เกี่ยวกับสายงานที่ผมกำลังทำงานอยู่ มันทำให้ผมรู้สึกถึงการอัพเดทและความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมที่ผมกำลังทำงานอยู่ตลอดเวลา และหลายๆ ครั้งก็ทำให้ผมต้องรีบคิดและลงมือทำอะไรสักอย่างเมื่อพบว่าหลายๆ อัพเดทนั้นผมเริ่มรู้สึกว่าไม่ทัน ไม่รู้เรื่อง จนทำให้ผมต้องกังวลและรีบศึกษาเพิ่มเติม

การพยายามสร้างบรรยากาศของคอนเทนต์บน News Feed นี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อ Facebook คือสิ่งที่เราใช้แทบอยู่ทุกวัน (ในสายงานผมนี่ต้องบอกว่าแทบทุกชั่วโมง) คำถามคือทำอย่างไรให้คอนเทนต์ที่ปรากฏบน Timeline นั้นเป็นตัวช่วยเร้าให้เรารู้สึกแอคทีฟอยู่เสมอ ทำอย่างไรที่จะคัดสรรคอนเทนต์เพื่อทำให้เราต้องขวนขวายและอัพเดทอยู่เรื่อยๆ

ในปรัชญาของ Facebook นั้น ตัว Facebook มองว่า News Feed ก็ประหนึ่งหนังสือพิมพ์ส่วนตัวของเรา คำถามคือเราจะอยากให้หนังสือพิมพ์ที่เราอ่านทุกๆ วันนั้นมีคอลัมน์อะไร จะแต่เรื่องเม้าท์มอยกับเพื่อนหรือข่าวอัพเดทดาราต่างๆ หรือจะให้มีบทความดีๆ ข้อมูลข่าวสารที่ทำให้เราเห็นว่างานของเราสามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างไร มีอะไรที่เราอาจจะยังไม่รู้ ซึ่งพวกนี้ก็อยู่ที่เราจะดีไซน์เองว่าจะมีคอนเทนต์อะไรผ่านการกดไลค์เพจต่างๆ นั่นแหละ

ลองถามตัวเองกันดูก็ได้ครับ ว่าวันนี้คุณเลือกอะไรบ้างให้มาอยู่หน้า News Feed ของคุณ สิ่งที่อยู่บนนั้นเป็น Personal Stuff ที่ผลักดันหรือช่วยเร่งชีวิตคุณให้ไปข้างหน้าไหม หรือจะเป็นความบันเทิงผ่อนคลายเฉยๆ

ผมมักพูดบ่อยๆ ว่าใครๆ ก็มี Facebook กันได้ แต่มันอยู่ที่ว่าใครจะใช้ Facebook ทำอะไรและให้เกิดประโยชน์แค่ไหน เรื่องที่เขียนมาเล่าวันนี้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ถ้าคุณออกแบบมันดีๆ มันก็สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้เช่นกันแหละครับ

Checklist for Action

  • หาเพจที่อัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรม / งานที่คุณทำแล้วกดติดตามอย่างน้อย 4-5 เพจ
  • หาเพจที่แนะนำเทคนิคการทำงานหรือทัศนคติที่ดีในการทำงานแล้วกดติดตาม
  • กดติดตามคนที่เป็นนักคิดหรือคนที่ทำงานเก่งๆ แล้วขยันแชร์ข้อคิดต่างๆ บน Timeline