การทำ Brainstorm เป็นกิจกรรมที่มักเกิดขึ้นในแทบทุกบริษัทเวลาที่เราพยายามจะหา “ไอเดีย” ใหม่ๆ สำหรับสถานการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตลกคือพอเราคุยกันจริงๆ และสอบถามกันเยอะๆ แล้วเรามักจะพบว่าแทบน้อยครั้งที่ Brainstorm จะทำให้เราได้ไอเดียดีๆ แถมคนจำนวนมากยอมรับด้วยซ้ำว่าเป็นการจัดกิจกรรมที่แทบจะเปล่าประโยชน์และเสียเวลา

ทำไมมันถึงเกิดอย่างนั้น? ผมเลยลองสรุปปัจจัยที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป (แต่มักเกิดขึ้นจริง) ตามนี้ครับ

1. ไม่มีการเตรียมตัวก่อน Brainstorm

เวลามีนัดทำ Brainstorm นั้น สิ่งที่คนจัดมักจะทำคือการยิงนัดประชุมออกไปแล้วให้คนมาเจอพร้อมๆ กัน แล้วก็ค่อยบอกว่าเราจะทำ Brainstorm กันนะ เรียกได้ว่าคนจำนวนมากที่เข้าประชุมยังแทบไม่รู้เลยด้วยว่ามาประชุมเรื่องอะไร กว่าจะปรับความเข้าใจหรือรู้เรื่องก็กินเวลาไปอีกเยอะจนทำให้การระดมความคิดจริงๆ ไม่ได้เกิดขึ้น

สิ่งที่ผมมักจะบอกเสมอสำหรับคนที่จะจัด Brainstorm คือการแจ้งให้คนเข้าร่วม Brainstorm เตรียมตัวล่วงหน้า มีการให้ Backgroun ต่างๆ ไว้ว่าเราจะแก้ปัญหาอะไร ให้เขาได้มีการทำการบ้านมาบ้าง อะไรเป็นสิ่งที่เขาควรรู้ก่อนเข้าประชุมไม่ใช่ให้ไปนั่งเล่ากันใหม่ตอนเริ่มซึ่งไม่เข้าท่ามากๆ ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าคนจำนวนมากไม่ได้เป็นพวกคิดไอเดียกันได้เร็วๆ การจับคนยัดเข้าห้องประชุมทันทีจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะเกิดไอเดียขึ้นมาได้เลย

2. การทำ Brainstorm ไม่มีระบบ ไม่มีการดำเนินการแบบเป็นขั้นตอน

สำหรับคนบางคนนั้น การเกิดไอเดียอาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายเพราะเป็นนักคิดและช่างปะติปะต่อไอเดียกันอยู่แล้ว แต่คนที่ทำแบบนั้นได้มีไม่ได้เยอะ ฉะนั้นการทำ Brainstorm กับคนทั่วๆ ไปที่ไม่ได้มีนิสัยช่างคิดหรือถูกฝึกมาให้คิดไอเดียจึงจำเป็นต้องการออกแบบขั้นตอนต่างๆ ที่สามารถปูไปสู่การสร้างสรรค์ไอเดียแบบไม่ให้หลงทางหรือออกทะเล

สำหรับคนที่ทำ Brainstorm เก่งๆ นั้นมักจะมีกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ เช่นจุดไหนจะให้โฟกัสในการคิดอะไร ช่วงนี้จะใช้กิจกรรมอะไรมาช่วยให้การให้คนเปิดและกล้าโยนความคิดลงมา และนั่นทำให้การทำ Brainstorm จำเป็นต้องมี Moderator เก่งๆ ไม่ใช่นึกจะจับคนมารวมกันแล้วโยนๆ ไอเดียลงบนโต๊ะแค่นั้น

3. เอาคนที่ “ไม่ใช่” เข้าไป Brainstorm

คำพูดที่ผมและเพื่อนมักพูดบ่อยๆ เวลาระดมความคิดคือ “Shit in, Shit out” ว่ากันง่ายๆ คือเราเอาคนที่ไม่ได้เรื่องเข้าไป Brainstorm มันก็มีแต่ไอเดียที่ไม่ได้เรื่องออกมา สิ่งสำคัญที่เราต้องคิดเสมอคือการระดมความคิดหาไอเดียนั้นควรจะเอาคนที่ใช่ไประดมไอเดีย คนที่สามารถสร้างสรรค์ไอเดียได้จริงๆ (หรืออย่างน้อยๆ คือคนที่คุณคิดว่าเขาสามารถเพิ่มวัตถุดิบดีๆ ให้กับการระดมไอเดีย)

ลองนึกง่ายๆ ดูว่าถ้าเราจะระดมไอเดียเรื่องการตลาดสำหรับวัยรุ่น แต่เล่นเอาคนที่อายุมากกว่า 40 ปีไประดมความคิดกันโดยที่ทั้งหมดไม่ได้มีวิถีชีวิตหรือใกล้ชิดกับวัยรุ่นเลย มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่ามากๆ เพราะก็จะกลายเป็นว่าเราเอาหัวและไอเดียของคนอายุ 40 มาใช้ (และมันก็เลยไม่แปลกที่สินค้าวัยรุ่นจำนวนมากจึงมักให้คนทำการตลาดมีอายุไม่เยอะแทนที่จะเอาคนแก่ๆ มานั่งคิดงานนั่นแหละ)

 

ยังมีเรื่องสนุกๆ ในการ Brainstorm ที่ทำแล้ว “ไม่เข้าท่า” ซึ่งก็น่าคิดตรงที่มันเป็นสิ่งที่เราทำกันบ่อยมากๆ แต่มีน้อยครั้งมากที่เราจะทำแล้วได้ประสิทธิภาพ ซึ่งไว้วันหลังผมจะลองหยิบเรื่องนี้มาอธิบายเพิ่มเติมนะครับว่าเราควรจะจัดการมันอย่างไรดี