ถ้าในสาย Digital Advertising แล้ว แน่นอนว่า Google ก็เป็นผู้ให้บริการคนสำคัญเพราะทุกวันนี้เราก็ยังต้องพึ่ง Google Search และดู YouTube ซึ่งเป็นช่องทางในการดูวีดีโออันดับต้นๆ ของเราในปัจจุบัน และนั่นก็ทำให้เครื่องมือโฆษณาของ Google เองก็เป็นอีกอัพเดทที่เราต้องขยันติดตามอยู่เรื่อยๆ มีการอัพเกรดหรือเพิ่มศักยภาพอย่างไร

และในงาน Google Marketing Live 2018 ที่เพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง Google เองก็ได้มีการอัพเดทความสามารถใหม่ๆ ทั้ง YouTube Ad, Search Ad รวมทั้งการนำ Machine Learning มาช่วยนักการตลาดให้สามารถลงโฆษณาได้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ผมสรุปมาตามด้านล่างนี้ครับ

1. YouTube 

ในส่วนของ YouTube Ad นั้น มีการเปิดตัวการซื้อ TrueView แบบใหม่คือ TrueView for Reach และ TrueView for Action พ่วงด้วยตัว Maximize Lift Bidding ที่ทำให้การซื้อโฆษณาบน YouTube มีลูกเล่นมากกว่าเดิม

ตัว TrueView for Reach นั้นก็ค่อนข้างจะชัดเจนว่าเป็นการลงโฆษณาตัววีดีโอโดยเน้นให้เกิดการ “เข้าถึง” (Reach) เป็นสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าจุดขายที่ดีของ YouTube TrueView ก็คือการที่วีดีโอนั้นเป็น 95% Viewable และมีการเปิดเสียงดูวีดีโอมากถึง 95% (ซึ่งจะตรงข้ามกับกรณีของ Facebook Video Ad) โดยแน่นอนว่าการซื้อ TrueView for Reach นั้นจะเหมาะกับการสร้าง Awareness จาก Reach ที่เราต้องการนั่นเอง

ที่น่าสนใจคือ TrueView for Action ที่ทาง Google พัฒนาให้สามารถเลือกสร้าง Banner โฆษณาพ่วงไปกับตัว TrueView โดยมี Call-to-action และทำการ Optimize เพื่อเน้นเกิดการ Conversion เป็นหลัก ซึ่งแน่นอนว่าการลงโฆษณาแบบนี้จะเป็นการลงโฆษณาที่เน้นให้เกิด Leads มากกว่าแค่ต้องการ Awareness เฉยๆ โดยทาง Google ยังบอกว่าตัว TrueView for Action นี้ยังสามารถพ่วงกับการทำงานของข้อมูลที่มาจากการใช้บริการอื่นๆ เช่น Search ได้ด้วย

ตัวสุดท้ายที่หลายคนน่าจะสนใจคือ Maximize Lift Bidding ที่จะใช้การทำงานของ Machine Learning มาช่วยในการเลือกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ “มีแนวโน้มจะสนใจแบรนด์หลังจากได้ดูวีดีโอโฆษณา” และน่าจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการเติมเต็มตัว Customer Journey หลังการลงโฆษณาแล้ว ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ในการลงโฆษณาเมื่อมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยให้การลงโฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น (ตัว Maximize Lift Bidding จะเปิดให้ใช้ในปลายปีนี้)

2. Search Ad

ตัวที่น่าสนใจของฝั่ง Seach Ad ก็คงไม่พ้นการเปิดตัว Responsive Search Ad ที่นำความสามารถของ Machine Learning มาช่วยการลงโฆษณาบน Search มีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยตัว Responsive Search Ad นั้นจะช่วยผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างโฆษณาที่สัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นซึ่งก็จะส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มที่จะสนใจและคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้นั่นเอง

การทำงานของ Responsive Search Ad คือผู้ลงโฆษณาจะให้ตัว Headline และ Text Description กับทางระบบ แล้วทางระบบก็จะนำไปทดสอบสร้างส่วนผสมของ Headline และ Description เพื่อหาว่าส่วนผสมของ Ad แบบไหนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดกับการ Search ซึ่งแม้ว่าคนจะ Search ด้วย Keyword เดิมก็อาจจะเห็นผลที่แตกต่างกันได้เนื่องจากบริบทอื่นๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงและมีผล (เช่นเวลา สถานที่ เป็นต้น) โดยทาง Google บอกว่ามีคนคลิกมากขึ้น 15% การทดสอบระบบนี้

3 Google Analytics

อีกช่วงหนึ่งที่หลายคนในงานฮือฮาชื่นชมคือการที่ Google Analytics จะสามารถทำการ Cross device reporting and remarketing ได้แล้ว ซึ่งคนที่ทำงานสายลง Performance Ad โดยเฉพาะฝั่ง E-Commerce ก็คงจะชื่นชอบมากๆ เพราะทำให้สามารถวิเคราะห์ Traffic ที่เข้ามาในเว็บรวมทั้งการซื้อสินค้าต่างๆ ได้แม่นยำกว่าเดิมเพราะสามารถดูพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าได้ดีขึ้น

4. Smart Campaign

ด้วยการที่ Google อยากให้ธุรกิจสามารถลงโฆษณาบน Google ได้ง่ายกว่าเดิม ก็เลยมีการพัฒนา Smart Campaign ขึ้นเพื่อทำให้ธุรกิจสามารถสร้างโฆษณาต่างๆ ได้ในเวลาไม่กี่นาที (ตรงนี้หลายๆ คนอาจจะคุ้นๆ เพราะมันคล้ายกับ AdWords Express นั่นแหละครับ) และตัว Smart Campaign นี้ก็จะเหมาะมากกับธุรกิจรายย่อยเช่นร้านอาหาร ร้านขายของเพราะตัว Smart Campaign จะเน้นสิ่งที่สอดคล้องกับธุรกิจ เช่นการทำให้คนโทรมาที่ร้าน เปิดดูสถานที่ร้านบน Google Maps เป็นต้น

ถ้าใครสนใจเรื่อง Smart Campaign ก็ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

เรื่องราวของ Googel Marketing Live 2018 ยังมีรายละเอียดอีกพอสมควร แต่บางส่วนนั้นเรียกว่าค่อนข้าง Advance อยู่ ถ้าใครสนใจอยากดูตัว Keynote เต็มๆ ก็ดูได้จากวีดีโอด้านล่างนี้นะครับ