หลังจากที่เราได้พูดคุยกับคุณไมค์ ไมเคิล จิตติวาณิชย์ไปถึงเรื่องมุมมองของ Digital Marketing และเรื่องของการวัดผลซึ่งเป็นปัญหาของการทำ Digital Marketing ไปแล้ว เราก็ขอนำไปสู่ประเด็นต่อไปที่หลายๆ คนกำลังให้ความสนใจ ซึ่งก็คือเรื่องของ AI หรือระบบปัญญาประดิษฐ์นั่นเอง

หมายเหตุ: การสัมภาษณ์นี้ได้รับการอำนวยความสะดวกโดย Google ประเทศไทย แต่การสัมภาษณ์นั้นไม่ได้มีการระบุประเด็นสัมภาษณ์ คำถามต่างๆ เป็นการเตรียมจากผู้สัมภาษณ์เอง อีกทั้งเนื้อหาต่างๆ เป็นการสรุปจากผู้เขียนเองโดยแผนประชาสัมพันธ์ของ Google ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด รวมทั้งการสัมภาษณ์นี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ มาเกี่ยวข้องและไม่ใช่ Advertorial

AI คืออนาคต (อย่างไม่ต้องสงสัย)

ถึงวันนี้แล้ว เราคงไม่มองว่า AI จะเป็นแฟชั่นของการตลาดอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นรากฐานของการตลาดยุคอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะความสามารถของคอมพิวเตอร์จะทำให้การประมวลผลข้อมูลอันมหาศาลรวดเร็วขึ้น เช่นเดียวกับการเรียนรู้และจดจำรูปแบบต่างๆ และนำไปสู่การวิเคราะห์ที่ซับซ้อนได้ ซึ่ง Google เองก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่กำลังทุ่มการพัฒนาให้เรื่องนี้อยู่และก็ได้มีการแสดงความสามารถให้คนเห็นไปก่อนหน้านี้แล้วอย่างกรณีของ AlphaGo ที่เอาชนะมนุษย์ไปได้

แล้วทีนี้การตลาดจะใช้ AI ได้อย่างไร?

การพูดคุยกับคุณไมค์ในเรื่องนี้เราไม่ได้โฟกัสไปเรื่องการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ หรือแคมเปญประเภท Activation แต่อย่างใด หากแต่เราพูดคุยกันไปพื้นฐานของธุรกิจอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่จะถูกเก็บได้ละเอียดยิ่งขึ้น ประกอบกับที่ดิจิทัลจะเข้าไปอยู่ในวงจรของ Commerce แบบ End-to-End (พูดง่ายๆ คือมีการเก็บข้อมูลในทุก Activity จนถึง Payment) ซึ่งก็จะทำให้นักการตลาดมองเห็นลู่ทางการใช้ข้อมูลเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลมีมหาศาล การใช้ AI เลยเข้ามาเป็น “ตัวช่วย” ที่ทำให้นักการตลาดทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งตรงนี้ Google เองก็ไม่ได้มี Product / Service ใหม่ที่เป็น AI หากแต่เป็นการเพิ่มศักยภาพเดิมของบริการที่มีอยู่อย่าง Adwords / Anayltics ให้ AI ช่วยทำการ Optimize การทำงานให้ดีขึ้น เช่นช่วยในการ Bidding ได้ดีขึ้น โดยในอนาคตนั้นนักการตลาดที่ใช้เครื่องมือของ Google ก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นจากเทคโนโลยีตรงนี้

นอกจากนี้แล้ว Google เองก็ยังสนับสนุนในการให้บริษัทต่างๆ ริเริ่มใช้ AI เข้ามาในธุรกิจของตัวเองอย่างเช่นการโปรเจค Tensorflow ซึ่งเป็น Open-source ของ Manchine Intelligence ที่โปรแกรมเมอร์ที่สนใจสามารถนำไปใช้เขียนโปรแกรม AI เพื่อไปประยุกต์กับระบบที่มีอยู่แล้วของธุรกิจ ซึ่งในทุกวันนี้ก็มีโปรแกรมเมอร์หลายคนในไทยที่เรียนรู้และมีทักษะในการใช้งาน Tensorflow แล้ว

ในขณะเดียวกัน Google เองก็มีการเปิด Cloud API ให้กับธุรกิจที่อยากนำเทคโนโลยีของ Google ไปผนวกกับผลิตภัณฑ์ของตัวเองเช่นเรื่องของ Machine Learning หรือ Speech Recognition เป็นต้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ต้องบอกว่ายังเป็นแค่จุดเริ่มต้นของยุค AI ที่โลกทั้งโลกกำลังจะขับเคลื่อนไป ซึ่ง Google เองก็ให้ความสำคัญและทุ่มเทกับการพัฒนาบริการใหม่ๆ ขึ้นมา และก็คงไม่แปลกอะไรที่ในปีหน้าเราก็คงจะมีอัพเดทของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของ Google ที่ใช้ AI เป็นแน่