อาทิตย์ก่อน ผมได้รับหูฟัง Momentun On-Ear ของ SENNHEISER มารีวิวออกรายการ DigiLife เลยได้ถือโอกาสลองเอามาใช้งานดูสักสองอาทิตย์ระหว่างทำงานที่บ้านด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ฟังเพลงจากหูฟังหรือเครื่องเสียงที่อยู่ในระดับพรีเมี่ยมเท่าไรนัก (ทุกวันนี้ผมฟังเพลงจาก EarPods เสียส่วนใหญ่เพราะมักฟังจาก iPhone เป็นหลัก) แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้รู้ว่าทำไมหูฟังราคาแพงๆ ถึงมีกลุ่มตลาดที่มองข้ามไม่ได้ แถมถ้าคุณได้ลองใช้แล้วอาจจะอยากเสียเงินซื้อมันเลยทีเดียว

อย่างที่บอกไปว่า Momentum On-Ear เป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยม ที่ไม่ใช่หูฟังแบบทั่วๆ ไปที่เราหาซื้อกันแบบราคาไม่ถึงพัน หรือพันนิดๆ สิ่งแรกที่จะเห็นได้ชัดคือการออกแบบและการใช้วัสดุที่ค่อนข้างพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ ตัวเลื่อนทำจากสเตนเลสอย่างดี ในขณะที่วัสดุหลักๆ ก็เป็นอัลเคนทาราซึ่งเข้าใจว่าเป็นวัสดุหุ้มเบาะในรถยนต์เกรดสูง ยอมรับว่าแรกๆ ผมก็สงสัยว่าจะใช้ขนาดนี้ไปทำไม เพราะคิดว่าวัสดุปรกติก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่พอลองใช้จริงแล้วความสบายเวลาสวมใส่นั้นดีกว่าการใช้หูฟังแบบทั่วๆ ไป (หรือของก๊อป) ที่พอใส่ไปนานๆ แล้วรู้สึกรำคาญหรือตันๆ ที่หูเพราะอากาศไม่ระบาย ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมไม่ชอบใช้หูฟังประเภทนี้ โดยผมลองสวม Momentum On-Ear อยู่ราวๆ สองชั่วโมงก็ไม่รู้สึกรำคาญอะไรเลยแม้แต่น้อย

CAM00204 CAM00205 CAM00206

ในเรื่องของคุณภาพเสียงนั้น ถ้าคุณหาเพลงจาก 4Share หรือโหลดฟรีแบบความละเอียดต่ำ คุณก็อาจจะไม่จำเป็นต้องการหูฟังระดับนี้เท่าไรนัก แต่ถ้าคุณเป็นนักฟังเพลงที่ซื้อเพลงถูกลิขสิทธิ์แล้ว การฟังเพลงจากหูฟังที่มีรองรับไฟล์คุณภาพเสียงละเอียดๆ แล้ว จะถือว่าเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ อยู่ไม่น้อย (ผมใช้มันฟังเพลง Yoshiki Classical ซึ่งขอบอกว่า “สุด” จริงๆ) โดยตัวสเปคของ Momentum On-Ear คือความต้านทานเสียงที่ 18 โอห็ม ตอบสนองความถี่ที่ 16-20,000 เฮิร์ทซ์ แถมมีการเน้นป้องกันเสียงรบกวนด้วย

ตัว Momentum On-Ear ยังสามารถถอดเคเบิ้ลออกได้ด้วย สะดวกในการเปลี่ยนสายที่มีให้เลือกทั้งแบบมีรีโมทในสาย และมีไมโครโฟนสำหรับ iDevice ต่างๆ พร้อมการคุยรับสายด้วย (ถ้าใครจะเอาไปใช้ที่ทำงาน มันก็น่าจะโอเคเลยทีเดียวนะ)

CAM00207 CAM00208

แม้ว่าราคา Momentum On-Ear อาจจะสูงอยู่สักหน่อย (ราคา 8,900 บาท) แต่ถ้าคุณมองหาประสบการณ์การฟังเพลงดีๆ จากเพลงคุณภาพที่อยู่ในเครื่องแล้ว มันก็เป็นตัวเลือกที่ดีถ้าคุณมีกำลังทรัพย์เพียงพอ เพราะผมว่าหลายๆ คน (รวมทั้งผมเอง) ก็อยากมีหูฟังดีๆ ไว้ฟังเพลงเพราะๆ ที่เราเสียเงินซื้อมากัน สนใจก็ลองไปทดสอบกันได้ที่ร้านค้าชั้นนำนะครับ ^^

แถม: คลิปตอนที่ผมเอาเจ้า Momentum On-Ear ไปออก DigiLife