วันนี้ผมซื้อนิตยสาร Bloomberg Businessweek ฉบับพิเศษที่รวบรวมเทรนด์น่าสนใจของปี 2015 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ธุรกิจ เทคโนโลยี และประเด็นอื่นๆ ที่น่าจะส่งผลกระทบกับธุรกิจต่างๆ ในปีหน้า

แน่นอนว่าเรื่องของธุรกิจเทคโนโลยีดิจิทัลก็เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงพอสมควร บล็อกนี้ผมเลยขอหยิบ 2 ประเด็นน่าคิดจากบทความดังกล่าวมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

current_304x415

1. ยุคของมือถือราคาถูก (อีกครั้ง)

ในสมัยก่อน เราอาจจะผ่านประสบการณ์ช่วงที่ตลาดมือถือบูมสุดๆ ทำให้มีมือถือราคาประหยัดจนใครๆ ก็สามารถครอบครองมือถือได้ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านมาช่วงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนซึ่งทำให้ราคาของมือถือที่คนอยากครอบครองนั้นพึ่งขึ้นสูงอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ในช่วงปีที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีผู้ผลิตมือถือหลายรายที่สามารถผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพดีแต่ราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ (เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด) อย่าง Xiaomi หรือ OnePlus รวมไปถึงผู้ผลิตรายใหญ่ที่ก็เริ่มสร้างสมาร์ทโฟนราคาถูกมาเก็บตลาดล่างกันอย่างมากมาย

แล้วเรื่องนี้จะส่งผลอย่างไร? สิ่งที่น่าสนใจของตลาดสมาร์ทโฟนคือมันไม่ใช่แค่ “โทรศัพท์” แต่คืออุปกรณ์ในการเชื่อมต่อและเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเตอร์เนต และนั่นหมายความว่าจะมีคนอีกจำนวนมากในปีหน้าที่สามารถครอบครองสมาร์ทโฟนคุณภาพได้ด้วยเหตุผลที่ราคาลดลงจนอยู่ในระดับที่สามารถซื้อหากันได้ง่าย และแน่นอนว่านั่นจะทำให้การใช้งานอินเตอร์เนตสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งก็จะส่งผลต่อการทำการตลาดในปีหน้าด้วยเช่นกันเพราะ Digital Marketing ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพราะการใช้หน้าจอที่เพิ่มขึ้นนี่แหละ

-68565446

2. ถึงเวลาของ People-based marketing

การที่เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ที่เข้าสู่ระดับ Mass ชนิดที่ใครๆ ก็ใช้ Smartphone กันนั้น อาจจะสร้างเรื่องน่าคิดว่าการตลาดดิจิทัลจะทำให้รูปแบบการตลาดแบบเดิมๆ นั้นถึงเวลาต้องปรับตัวเองเสียแล้ว

บทสัมภาษณ์ของ Carolyn Everson ซึ่งเป็น VP for Global Marketing Solution ที่ Facebook ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่าสมัยก่อนนั้นการตลาดจะเน้นเรื่องการเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า Mass Market เป็นหลัก แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนั้น ผู้บริโภคมีความสามารถในการควบคุมคอนเทนต์ต่างๆ ของตัวเองผ่านช่องทางของตัวเอง (ซึ่งก็คือมือถือสมาร์ทโฟนและ Social Media ที่ตัวเองใช้นั่นแหละ) โดยพวกเขาสามารถเลือกปรับแต่งช่องทางของพวกเขาได้ตามที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการดาว์นโหลดแอพ หรือเลือกเสพคอนเทนต์เฉพาะทางที่สื่อปรกติอาจจะไม่ได้นำเสนอ (นึกถึงบางคนที่อ่านข่าวจากแอพพวก Flipboard หรือดู Feed ของ 9GAG ก็ได้) และแน่นอนว่าพฤติกรรมดังกล่าวทำให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ของเขาได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้นแทนที่จะหวังในการเข้าถึงคนกลุ่มใหญ่แบบที่ผ่านมา

เรื่องนี้จะเห็นได้ว่า Mobile Device มีบทบาทกับธุรกิจมากพอสมควร เพราะมันกลายเป็นอุปกรณ์ที่ใครๆ ก็พกพาและใช้เวลากับมันเยอะขึ้นเรื่อยๆ บางสถิติบอกว่าคนทั่วไปใช้เวลากว่า 25% กับมือถือและมีการเช็คอัพเดทมากกว่า 100 ครั้งต่อวันเลยทีเดียว

นอกจากเรื่องพฤติกรรมและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแล้ว สิ่งที่ตามมาอาจจะมีเรื่องของรูปแบบการโฆษณาใหม่ๆ เช่นเดียวกับหน่วยวัดต่างๆ ที่น่าจะก้าวไปสู่อีกระดับขั้นได้ด้วยเช่นกัน

จริงๆ เรื่องราวของ Technology Trend ยังมีอีกพอสมควรเช่นเดียวกับบทวิเคราะห์อื่นๆ อีก ใครสนใจก็สามารถหาซื้อ Bloomberg เล่มนี้มาอ่านได้ตามร้านหนังสือชั้นนำเลยครับ