เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติจากทาง Facebook ประเทศไทยให้ไปแลกเปลี่ยนเรื่องการทำคอนเทนต์สำหรับ Beauty Industry ซึ่งในงานเองก็มีข้อมูลหลายอย่างที่มีการอัพเดทจากทาง Facebook ด้วย ผมเลยขออนุญาตเรียบเรียงประเด็นที่น่าสนใจมาดังนี้นะครับ 

สถิติควรรู้เรื่องของ Facebook / Beauty Industry

  • ปัจจุบัน Facebook ประเทศไทยมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 49 ล้านคน
  • ในขณะที่ Instagram มีผู้ใช้งานกว่า 14 ล้านคน
  • มีการสำรวจแล้วพบว่าคนไทยกว่า 72% ที่เล่น Instagram มีการตามกลุ่มที่เป็น Celebrity ด้าน Fashion
  • นอกจากนั้นแล้วพบว่ากว่า 56% ของผู้เล่น IG มีการติดตามดู Collection ของสินค้าในกลุ่ม Beauty
  • และอีก 55% ใช้ช่องทาง Instagram ในการหาแรงบันดาลใจด้าน Styling ต่างๆ

แล้วเรื่องนี้แปลว่าอะไร?

ถ้าจะพูดง่ายๆ คือตอนนี้คนไทยที่เป็นกลุ่ม Target ของ Beauty Industry จำนวนไม่น้อยที่ใช้ช่องทางของทั้ง Facebook และ Instagram เป็นช่องทางสำคัญใน Customer Journey เช่นการติดตามดูสินค้าใหม่ๆ หรือการหาแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง และนั่นอาจจะเป็นคำตอบว่าทำไมอุตสาหกรรมนี้ถึงไม่ควรมองข้าม Facebook & Instagram

การสร้างสรรค์คอนเทนต์สำหรับ Mobile

ประเด็นสำคัญที่มีการพูดถึงกันพอสมควรคือการเลือก Creative ที่เหมาะสมสำหรับ Beauty Industry ในช่องทางอย่าง Instagram ซึ่งจะพฤติกรรมในการเสพคอนเทนต์ที่แตกต่างจากสื่ออื่นๆ

แต่ก่อนจะไปเรื่อง Creative นั้นสิ่งสำคัญที่คนทำคอนเทนต์อาจจะต้องรู้เสียก่อนคือการเสพคอนเทนต์บน Mobile มีระยะเวลาที่สั้นมากเมื่อเทียบกับสื่อสมัยก่อน โดยตัวเลขที่นำมาแชร์คือคนใช้เวลาต่อคอนเทนต์แค่เพียง 1.7 วินาทีบนมือถือ (ในขณะที่บน Desktop จะอยู่ที่ 2.5 วินาที) ซึ่งนั่นอาจจะไม่เวิร์คหากเรายังคิดงาน Creative กันแบบเหมือนทำหนังโฆษณา 30 วินาทีอยู่

ด้วยเหตุนี้ ในต่างประเทศเองก็เริ่มมีการใช้งาน Creative ที่ออกแบบสำหรับ Instagram ซึ่งเป็น Visual Storytelling โดยอาจจะมีทั้งแบบภาพนิ่ง หรือเป็นภาพเคลื่อนไหวก็ได้

ในส่วนของเนื้อหานั้น ก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • Inspiration
  • Product Introduction
  • Before & After
  • Product Demonstration
  • Promotion
  • etc.

A post shared by CHANEL (@chanelofficial) on


ก็เรียกว่าเป็นอัพเดทเร็วๆ ให้เห็นแนวทางหรือไอเดียสำหรับการทำคอนเทนต์สาย Beauty ที่แต่ละแบรนด์ก็สามารถไปลองใช้ดูกันได้นะครับ :)