ในช่วงนี้เวลาผมออกไปบรรยายเรื่องการตลาดตามเวทีต่างๆ หรือแม้แต่กับคลาสเทรนนิ่งของผมเองนั้น ผมมักจะพูดเรื่องนึงด้วยความรู้สึกจริงจังมากเป็นพิเศษ นั่นคือระเบิดเวลาของนักการตลาด นักพีอาร์ หรือแม้แต่คนที่อยู่ในแวดวงของสิ่งที่เรียกกว่า “การตลาด”

ผมมักพูดสรุปง่ายๆ ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (หรือเร็วกว่านั้น) ถ้าคนทำงานการตลาดไม่สามารถทำงาน “ดิจิทัล” ได้ ก็เตรียมตัวหางานใหม่กันได้เลย

อาจจะเป็นคำพูดที่รุนแรง แต่ผมก็รู้สึกว่าเรากำลังเข้าใกล้จุดนั้นเข้าไปทุกวัน

ที่พูดเรื่องนี้ ผมอยากให้เราลองถอยกลับแล้วมามองวิถีของการตลาดและประชาสัมพันธ์ในช่วงหลายปีก่อน

  • เราเคยมองว่าการดูสื่อโฆษณาประเภท Print Media เป็นทักษะจำเป็นของคนทำสื่อสารการตลาด
  • เราเคยตั้งเงื่อนไขว่าคนทำ Copy Writer ต้องแม่นเรื่องการเลือกคำสำหรับทำ Print Media
  • เราเคยตั้งเงื่อนไขว่าจะมาทำสื่อสารการตลาดต้องรู้จักวิธีวางสื่อวิทยุ สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์
  • เราเคยตั้งเงื่อนไขว่าถ้าจะทำสื่อสารการตลาดต้องรู้จักวิธีดูงานทีวี รู้วิธีการประเมินโฆษณาโทรทัศน์
  • เราเคยตั้งเงื่อนไขว่าจะทำประชาสัมพันธ์ต้องเขียนข่าวประชาสัมพันธ์สำหรับส่งให้หนังสือพิมพ์ต่างๆ ได้
  • เราเคยตั้งเงื่อนไขว่าจะทำประชาสัมพันธ์ต้องรู้จักสื่อหลักๆ อย่างทีวี วิทยุ นิตยสาร

เอาจริงๆ พวกนี้คือเงื่อนไขของทักษะที่เราตั้งขึ้นมาเพื่อบอกว่าใครจะสามารถทำงานเหล่านี้ได้

เอาล่ะ เรากลับมามองว่าโลกวันนี้ขับเคลื่อนไปทางไหนกัน

เรากำลังเห็นว่าคนจำนวนมากเข้าสู่ยุคดิจิทัล พวกเขาเปลี่ยนวิถีการเสพสื่อ เสพข่าวสารต่างๆ

เรากำลังเห็นคนใช้เวลามากขึ้นๆ กับมือถือและ Social Media อย่าง Facebook YouTube Instagram

เรากำลังเห็นคนจำนวนมากประเมิน “สาร” เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนผันไปจากโลกออนไลน์

เรากำลังเห็นพฤติกรรมคนจำนวนมากเปลี่ยนไปเพราะเทคโนโลยี

เรากำลังเห็นคนจำนวนมากไม่ได้มอง “โฆษณา” และ “ประชาสัมพันธ์” ในแบบที่มันเคยครองเวทีมาหลายสิบปี

เอาล่ะ คราวนี้ผมของถามกลับด้วยความเป็นห่วงสำหรับทุกคนที่อยู่ในสายการตลาดแล้วกัน

  • เรารู้จักการประเมินคอนเทนต์ออนไลน์กันดีแค่ไหน?
  • เรารู้จักแยกแยะหรือยังว่า Video บน Facebook ต่างจาก Video บน YouTube และ Instagram อย่างไร
  • เรามองออกหรือไม่ว่าโฆษณาโทรทัศน์กับ Video Ad บน Facebook / YouTube นั้นต่างกันอย่างไร
  • เรามองออกหรือไม่ว่ารูปภาพแบบไหนใช้กับงาน Facebook รูปภาพแบบไหนเหมาะกับ Instagram
  • เรารู้หรือไม่ว่า Artwork แบบไหนควรใช้เป็น Display Banner บนเว็บต่างๆ Artwork แบบไหนควรอยู่บน Facebook Ad และแบบไหนควรอยู่บน Instagram
  • เรารู้หรือไม่ว่าการทำ Advertorial ต่างจาก PR News อย่างไร และทำงานต่างกันอย่างไร
  • เรารู้กันดีแค่ไหนว่าคนวันนี้เขาสนใจคอนเทนต์แบบไหนในโลกนอกจอ แล้วมันต่างยังไงกับโลกในจอ
  • เรารู้กันดีแค่ไหนว่าคนเล่นมือถือต่างกับคนเล่น Tablet อย่างไร และต่างจากคนใช้คอมพิวเตอร์อย่างไร
  • เราแยกออกไหมว่าคอนเทนต์แบบไหนจะ “ขายได้” บน Facebook และแบบไหนจะขายได้บน Instagram
  • เรามองออกกันไหมว่าคอนเทนต์แบบไหนที่ “เอาอยู่” และอันไหน “ไม่อยู่”
  • ฯลฯ

ทักษะ ความสามารถ และมุมมองเหล่านี้คือเงื่อนไขที่จะเข้ามาในการทำงานการตลาดไม่ช้าก็เร็ว พูดง่ายๆ คือมันเป็นทักษะ “จำเป็น” ถ้าเราจะยังอยากอยู่รอดและทำงานการตลาดกันต่อไป เพราะผู้บริโภคเปลี่ยนวิถีตัวเองเป็นคนดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ และเราไม่สามารถห้ามเขาได้หรอก

แน่นอนว่าถ้าเราไม่มีความสามารถ ไม่รู้เรื่องเหล่านี้ ไม่สามารถตอบสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่สามารถเข้าใจและเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ มันก็ไม่ต่างจากสมัยก่อนที่เราอยากทำการตลาดแต่เราไม่รู้จักสื่อสิ่งพิมพ์ เราไม่รู้เรื่องทีวี แล้วเราจะทำงานได้อย่างไร?

และที่สำคัญ ผมอยากให้เลิกมองกันเสียทีว่าการทำดิจิทัลก็คือการเอาแบนเนอร์ที่ย่อส่วนแล้วไปแปะบนออนไลน์ หรือการไปเอาโฆษณาเดิมนั้นมา “ใส่” ใน “พื้นที่” ที่เราซื้อมาจาก Facebook YouTube Instagram

เพราะเราก็คงไม่เอาโฆษณาทีวี ไปเล่นในวิทยุ ไม่เอาสคริปโฆษณาวิทยุมาเขียนในข่าวประชาสัมพันธ์ ไม่เอาข่าวประชาสัมพันธ์มาอ่านเล่าในโทรทัศน์

โลกออนไลน์ก็เช่นกัน มันไม่ใช่แค่ “สื่อ” แต่มันมีวิถีในการสื่อสารและใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ความคิดที่จะ Copy / Paste หรือ Resize มาเพื่อลงๆ ไปให้ครบก็คงไม่ใช่ความคิดที่เข้าท่าเลยแม้แต่น้อย

เอาล่ะครับ เราเหลือเวลาไม่มากหรอกฮะ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมมันหมุนไปแล้ว มันไม่รอเราอยู่แล้ว

เราจะรอดและได้ทำงานต่อไปไหม ผมก็ทิ้งไว้ให้แต่ละคนหาคำตอบแล้วกันนะครับ