จากบล็อกวันก่อนที่ผมพูดไปเรื่องปัญหามักเกิดของการจ้าง/รับจ้างทำคอนเทนต์นั้น ผมได้ทิ้งท้ายไว้ถึงวิธีแก้ปัญหาหรือการเตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ได้คนทำคอนเทนต์ที่ดี ทำงานได้อย่างที่คาดหวัง เช่นเดียวกับที่คนทำคอนเทนต์ก็จะได้ทำงานที่ตัวเองแฮปปี้ด้วย บล็อกวันนี้ผมเลยขอลิสต์เป็นข้อๆ จากประสบการณ์ของผมมาเล่าสู่กันฟังแล้วกันนะครับ

1. ดูผลงานก่อนหน้านั้นของคนทำคอนเทนต์

ถึงจะบอกว่า “เคยทำคอนเทนต์” ก็ใช่ว่าจะทำเหมือนๆ กัน เพราะต้องบอกว่าคอนเทนต์นั้นมีความเป็นศิลปะอยู่พอสมควร ฉะนั้นอย่าเพิ่งทึกทักว่าเขาเคยทำ เคยเขียนแล้วเขาจะทำได้ ทางที่ดีคือการขอดูงานก่อนๆ ของเขาว่าเขาเขียนอะไรมาบ้าง การใช้ภาษาเป็นอย่างไร เนื้อหาที่เขาเคยทำเป็นแบบที่เรากำลังจะให้เขาทำ (หรือคล้ายๆ กัน) หรือไม่ นั่นเพื่อจะทำให้คุณเห็นภาพของทักษะที่คุณกำลังมองหามากขึ้นนั่นเอง และในขณะเดียวกันคนทำคอนเทนต์เองก็ต้องรู้จักเก็บ Portfolio ต่างๆ เอาไว้ด้วยเพื่อให้ผู้จ้างได้รู้จักคุณมากขึ้น

2. ทดสอบทำคอนเทนต์

ของที่เคยทำมาเป็นอย่างไรก็เรื่องหนึ่ง แต่การทำงานภายใต้โจทย์จริงๆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฉะนั้นการทดสอบการทำคอนเทนต์โดยอิงจากความต้องการของคุณก็เป็นอีกหนึ่งแบบทดสอบที่คุณอาจจะใช้เช็คว่าเขาทำงานได้แบบที่คุณต้องการหรือไม่ โดยลองทดสอบได้ตั้งแต่ว่าเขาทำงานได้ตามเงื่อนไขเวลาได้ไหม เขาสามารถผลิตคอนเทนต์ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรต่างๆ เช่นข้อมูลได้หรือไม่ หรืออาจจะเป็นเรื่องยิบย่อยเช่นวิธีการประสานงานต่างๆ เป็นต้น

3. คนจ้างก็ควรทำความเข้าใจ “วิธีการทำคอนเทนต์” ด้วยเช่นกัน

จะพูดแต่เรื่องการจ้างและคนทำคอนเทนต์อย่างเดียวก็ไม่ถูกต้อง เพราะคนจ้างก็ต้องรู้ด้วยว่าการทำคอนเทนต์นั้นไม่ได้ง่ายเหมือนกับการตั้งสเตตัสใน Facebook ที่นึกจะพิมพ์อะไรก็ได้ แถมการให้คนอื่นทำให้นั้นก็ต้องรู้ว่ามันยากที่จะถูกใจหรือได้ดั่งใจคุณ 100%

ด้วยเหตุนี้ผมถึงมักบอกให้เหล่า “ผู้จ้าง” เข้าใจขั้นตอนการทำงาน ข้อจำกัด และวิธีการทำงานของคนทำคอนเทนต์ เช่นเขาต้องได้อะไรบ้างเพื่อทำคอนเทนต์ ต้องมีข้อมูลอะไร เพราะถ้าผู้จ้างไม่เตรียมอะไรไว้ให้เลย มันก็ย่อมไม่แปลกที่เขาจะขอชาร์จเก็บเงินเพิ่ม หรือถ้าทำคอนเทนต์ต้องมีการทำภาพพิเศษ ก็ต้องรู้ว่าการทำภาพนั้นยากง่ายขนาดไหน ใช้ความเชี่ยวชาญอย่างไร ฯลฯ

ที่บอกเช่นนี้เพราะแม้คุณอาจจะไม่ได้ไปลงมือทำเอง แต่การที่คุณรู้และเข้าใจวิธีการทำงานก็จะทำให้คุณคุยกับคนทำงานรู้เรื่อง และในขณะเดียวกันก็ป้องกันการ “โดนหลอก” ในอีกทางหนึ่งนั่นเอง

4. มันเป็นเรื่องยากมากที่จะหาของดีและราคาไม่แพง

อย่างที่บอกข้างต้นว่าการทำคอนเทนต์เป็นเหมือนศิลปะ ซึ่งทักษะการทำงานนั้นต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน เรื่องของคุณภาพก็ย่อมตามมาว่าการจะหาคนทำงานที่ได้งานดีๆ แต่จ่ายราคาถูกๆ นั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย (เพราะคนเก่งๆ ก็ไม่คิดจะมารับงานราคาถูกๆ อยู่แล้ว) และพอเป็นแบบนั้นก็ต้องบอกว่าคนจ้างก็ต้องดู “ความคาดหวัง” ของตัวเองว่ามันสอดคล้องไปกับ “ผลตอบแทน” ที่คุณให้อีกคนหรือเปล่า

5. ตั้งความคาดหวังของคุณให้อยู่บนความจริง

เสียงบ่นจากคนทำคอนเทนต์จำนวนไม่น้อยคือการที่คนจ้างให้ทำคอนเทนต์แต่คาดหวังว่าคอนเทนต์จะทำสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะสร้าง Fan เพิ่ม Engagement และสร้างยอดขายแบบปังๆ ได้ เรียกว่าทำทีเดียวขอยิงนกสัก 3-4 ตัวพร้อมๆ กัน ซึ่งจะบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็คงจะไม่ถูก แต่ต้องบอกว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เลย

ทางที่ดีแล้ว คนจ้างนั้นควรจะมีภาพที่เคลียร์และตกลงกับคนรับจ้างให้ดีตั้งแต่ต้นว่าคุณคาดหวังอะไร อยากได้อะไร เช่นอยากให้มี Movement ใน Fanpage หรืออยากมีคอนเทนต์ที่สร้าง Traffic จาก Search หรืออยากเน้นปิดการขายอะไรก็ว่ากันไป เพราะคนทำคอนเทนต์ก็จะทำตามบรีฟที่ได้มา (หรืออย่างน้อยๆ ก็ตีโจทย์ที่คุณบอกแล้วดูว่าจะต้องทำอะไร) นอกจากนี้แล้วการตั้งความคาดหวังก็ต้องรู้ด้วยว่ามันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ไปทึกทักเอาว่าคอนเทนต์จะสร้างปาฏิหารย์อะไรให้กับธุรกิจคุณตลอดเวลา