คำถามตามชื่อบล็อกวันนี้เป็นหนึ่งในคำถามที่ผมถูกถามอยู่บ่อยๆ ซึ่งหลายๆ คนก็มักพยายามเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับการถูก Organic Reach ของ Facebook ว่าทำให้คอนเทนต์ไม่ได้ถูกเผยแพร่ให้กระจายเหมือนแต่ก่อน

ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็คงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อ Reach ของคอนเทนต์ลดลง นั่นก็หมายความว่าโอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะได้เห็นคอนเทนต์ก็ลดลงมากกว่าเดิม โอกาสที่พวกเขาจะแชร์หรือบอกต่อก็ลดลงตามไป

อย่างไรก็ตาม ถ้ามามองกันจริงๆ จังๆ แล้ว เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมมักพูดอยู่บ่อยๆ ว่ามันไม่ใช่เรื่องของการที่ Facebook Organic Reach ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรากำลังเข้าสู่ยุคที่เรามีคอนเทนต์มากมายเกินกว่าที่จะเสพกันได้หมดนั่นเอง

ถ้าเรามองย้อนกลับไปวันที่เราเริ่มใช้ Facebook วันแรกๆ นั้น เราไม่ได้มีคอนเทนต์อะไรมากนัก เพราะมีเพื่อนไม่กี่คน และก็มีเพจที่เรากดตามไม่เยอะ แต่นับวันเราก็จะยิ่งเพิ่มเครือข่ายแหล่งคอนเทนต์ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่มากขึ้น เพจที่กดไลค์มากขึ้น นอกจากนี้แล้วแต่ละคนก็ขยันสร้างคอนเทนต์ออกมาอีกมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ด้วยตัวเองหรือการแชร์ต่อๆ กันมา

ถ้าย้อนกลับไปมองปริมาณคอนเทนต์ของออนไลน์ยุคแรกๆ กับตอนนี้ ต้องเรียกว่ามันต่างกันอย่างมโหฬาร

คำถามที่ผมมักจะถามต่อมาคือเรามีความสามารถในการเสพคอนเทนต์จำนวนมากเหล่านี้หรือไม่?

แน่นอนว่าการมีเทคโนโลยีทำให้เราสามารถเสพคอนเทนต์ได้เยอะก่อนก็จริง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว เราก็จะถึงจุดอิ่มตัวที่ไม่ได้เสพไปมากกว่านี้แล้ว ซึ่งผิดกับการผลิตคอนเทนต์ที่นับวันก็จะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด (อย่าลืมว่าคนผลิตคอนเทนต์คือใครก็ได้ที่สามารถเข้าถึง Facebook Instagram Twitter ฯลฯ)

(ภาพประกอบจาก SocialMediaToday)

พอเป็นเช่นนี้ เราจะเห็นว่าทางเลือกของคอนเทนต์มีเยอะกว่าปริมาณที่เราสามารถเสพได้ และก็ไม่แปลกที่คนเราจะทำการคัดกรองและเลือกเสพบางอย่าง พร้อมๆ กับที่ตัดคอนเทนต์ส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป

และนั่นแหละ คือสาเหตุที่ทำให้ Oraganic Reach ไม่เหมือนเดิม ทำให้คอนเทนต์ที่เคยฮิตเริ่มจะไม่ฮิตเหมือนแต่ก่อน การเข้าถึงคนหมู่มากที่เคยเวิร์คเมื่อ 6-7 ปีที่แล้วไม่สามารถทำได้แล้ววันนี้

คำถามน่าคิดต่อจากนี้ คือนักการตลาดที่เริ่มตั้งต้นได้ว่าถึงยุคของการผลิตคอนเทนต์ให้กับกลุ่มเป้าหมายกำลังจะเจอปัญหาใหญ่ เพราะต่อให้ผลิตคอนเทนต์ที่ดีก็ใช่ว่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ การลงทุนในเรื่องการโปรโมตคอนเทนต์อาจจะต้องถูกให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าการผลิต เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะถูกคอนเทนต์อื่นๆ แย่งลูกค้าไปได้นั่นเอง