กระแส VR (Virtual Reality) เป็นหนึ่งในกระแสเทคโนโลยีที่หลายๆ คนมองว่า “กำลังมา” ในช่วงปีที่แล้ว หลายๆ สำนักถึงกับฟันธงว่ามันเทรนด์ยุคใหม่ของการสร้างประสบการณ์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนักการตลาดควรรีบเอามาใช้ทำแคเมปญ

แต่จนแล้วจนรอด ผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็รู้สึกว่ากระแส VR นั้นออกไปทางกริบๆ มากกว่าจะน่าตื่นเต้น มีเพียงสินค้าเกี่ยวกับ VR ออกมาไม่กี่ชิ้น เช่นเดียวกับเราแทบไม่ค่อยแคมเปญที่มีการใช้ VR กันอย่างจริงจังสักเท่าไร

ทำไม VR ถึงไม่ใช่กระแสเทรนด์อย่างที่หลายๆ คนคิดกัน?

ถ้าจะอธิบายเรื่องนี้ เราคงต้องมองกันก่อนว่า VR ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่แตกต่างจากพฤติกรรมการใช้งานเดิมๆ แบบก้าวกระโดดพอสมควร ลองคิดภาพง่ายๆ ว่าเราต้องหาอุปกรณ์ VR มาสวมใส่แถมหลุดไปอีกโลกหนึ่งโดยไม่ได้รับรู้โลกที่อยู่รอบๆ ซึ่งนั่นคงไม่ใช่พฤติกรรมที่คนทั่วไปจะทำกันได้ง่ายๆ

ลองนึกภาพกันสนุกๆ ก็ได้ว่าถ้ามีคนใส่อุปกรณ์ VR เดินขึ้นรถไฟฟ้า แล้วก็หันซ้ายหันขวาโดยไม่ได้สนใจคนรอบข้าง มันคงเป็นอะไรที่ประหลาดเอามากๆ (แถมการใส่ VR เดินไปมาคงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนักเพราะมันคงจะอันตรายพิลึก)

ด้วยเหตุนี้ การใช้ VR เองจึงถูกจำกัดอยู่ในสถานที่พอสมควร เช่นใช้ VR ที่บ้าน (การเล่น Playstation VR) หรือไปเล่นตาม Event

นอกจากนี้แล้ว ตัวอุปกรณ์การเล่น VR แบบจริงจังก็ไม่ใช่ว่าราคาจะถูกนัก มันถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ “เกินจำเป็น” สำหรับหลายๆ คน (พูดง่ายๆ คือ Gadget ฟุ่มเฟือยนั่นแหละ) ทำให้ตัวอุปกรณ์ก็ยังไม่แพร่หลายมากเท่าไร แม้ว่าจะมีการทำอุปกรณ์การดูคอนเทนต์แบบง่ายๆ อย่าง Cardboard มันก็ยังไม่ได้แพร่หลายและเป็นที่นิยมกันในคนหมู่มาก

ที่สำคัญที่สุด คือตัว VR นั้นยังไม่มี “คอนเทนต์” ที่เรียกว่าเป็นหมัดฮุคประเภท “ต้องดู” และ “ติด” มันเลยไม่มีเหตุผลเพียงพอที่คนทั่วๆ ไปจะยอมปรับพฤติกรรมไปเสพ VR กัน ซึ่งนั่นผิดกับการดูภาพและวีดีโอปรกติที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แค่ย้ายหน้าจอไปอยู่บนมือถือซึ่งสะดวกกว่าเดิม

สำหรับผม เรื่องของ VR น่าจะต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ๆ ในการพาตัวเองไปสู่จุดที่จะกลายเป็นเรื่อง “ปรกติ” ของตลาด และนั่นอาจจะทำให้เราๆ ยังไม่ต้องตื่นเต้นและโฟกัสกับ VR มากนักในช่วงนี้เว้นเสียแต่คุณเป็นกลุ่มคนที่ชอบเทคโนโลยีตัวยงและอยากเป็น Early Adopter นั่นแหละครับ

แล้วเราจะใช้ VR กับการตลาดดีไหม

คำถามนี้มีหลายๆ คนในเอเยนซี่ถามผม เอาง่ายๆ คือถ้าเรากะว่าจะทำคอนเทนต์ให้คนทางบ้านเล่น VR ก็คงไม่เข้าท่านักเพราะมันมีขั้นตอนเยอะและคนก็คงไม่คุ้นเคยกับการใช้ VR สักเท่าไร

แต่ถ้าเราคิดว่าจะเอา VR มาใช้ทำ Experiment / Activation Campaign ก็คงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ กล่าวคือคนทางบ้านไม่ต้องมาเล่นจริงแต่ให้คนที่อยู่ในงานหรือกลุ่มทดลองเอามาบอกเล่า สร้างความอยากรู้อยากเห็นและใช้คอนเทนต์ดังกล่าวมา Spin ต่ออาจจะดีกว่า

ตัวอย่างแคมเปญที่ใช้ VR ในการทำ Activation / Experiment เก๋ๆ