วันก่อนผมได้ตั้งสเตตัสหนึ่งพูดเรื่อง Content Marketing ขึ้นมาหลังจากที่ช่วงนี้เห็นหลายๆ คนเริ่มมีการพูดไปทำนองว่า Content Marketing คือการทำคอนเทนต์ให้ดัง ใช้คอนเทนต์ประเภทหวือหวาเรียกความสนใจเพื่อจะได้เป็นที่รู้จักเร็วๆ

อันที่จริงแล้ว มันก็คงไม่ได้ผิดอะไร เพราะถ้าว่ากันตามจริง คอนเทนต์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือคอนเทนต์ที่สดใหม่ แปลกแหวกแนว ซึ่งก็มักจะโดนใจคนทั่วๆ ไปอยู่แล้ว การพยายามสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นจึงเป็นโจทย์ที่คนทั่วไปมักพยายามคิดเสมอ

อย่างไรก็ตาม ในความคิดของผมนั้น การทำ Content Marketing ก็ไม่ใช่เรื่องการจะสร้างหรือหมายจะให้คอนเทนต์ดังกันในชั่วข้ามคืน แต่มันคือการ “ลงทุน” ในตัวคอนเทนต์ที่ค่อยๆ ให้มันกลายเป็นฐานที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลาและกลายเป็นสินทรัพย์ของคนสร้างคอนเทนต์ในระยะยาว

การมองเรื่อง “ความยั่งยืน” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนทำ Content Marketing เองต้องเข้าใจเหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องการสร้าง Viral Video กันแค่คลิปสองคลิปแล้วก็จบกันไป เช่นเดียวกับไม่ใช่การปั้ม Traffic เข้าเว็บไซต์ให้ได้ตัวเลขสูงๆ เพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องการที่คอนเทนต์ที่เราสร้างจะสามารถเป็นสิ่งที่ทำให้คนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายจดจำและอยู่โยงกับมันได้อยู่เรื่อยๆ

ผมมักพูดเสมอว่า การทำคอนเทนต์แล้วมีคนอ่านมากมันก็เป็นเรื่องดี แต่จะดีกว่ามากถ้าคอนเทนต์นั้นทำให้คนจดจำเรา เกิดความสนใจ และอยากติดตาม เพราะนั่นเป็นการทำให้เขาเกิดสายสัมพันธ์กับตัวผู้ผลิตคอนเทนต์ไปแล้ว

ลองมองดูบรรดานักคิดนักเขียนต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จดูก็ได้ครับ พวกเขาไม่ได้ดังเปรี้ยงจากงานชิ้นเดียว แต่มันเกิดจากการสร้างแล้วสร้างอีก ชื่อเสียงและความเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้มาในชั่วข้ามวัน แต่เป็นการสะสมประสบการณ์และเรื่องราวหลายๆ อย่างจนทำให้วันหนึ่งพวกเขาถูกยอมรับและอยู่ในจุดที่ใครๆ ก็วิ่งเข้าหา

บล็อกวันนี้อาจจะไม่ได้ยาวนัก แต่หวังว่าจะฝากแง่คิดไว้ให้กับคนทำคอนเทนต์หลายๆ คน ลองคิดดูว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นเป็นการลงทุนระยะสั้นหรือการลงทุนระยะยาวกันแน่? ในประสบการณ์ของผมนั้น ผมเห็นคนมากมายที่ดังเพียงไม่กี่เดือนก่อนจะล้มหายไปเพราะคอนเทนต์ของพวกเขาไม่สามารถกลายเป็นสินทรัพย์ที่ยั่งยืนได้ เมื่ออาศัยความหวือหวาเป็นตัวดึงดูดแล้ววันที่คนเริ่มอิ่มกับความหวือหวาหรือจนคนอื่นที่หวือหวากว่า ความน่าสนใจก็จะหายไปเช่นเดียวกับชื่อเสียงในเวลาไม่นานเลย

ก็ลองเอาไปคิดดูนะครับ :)