ถ้าใครทำงานสาย Digital Content หรือต้องบริหาร Social Media อย่าง Twitter นั้นก็อาจจะคุ้นเคยและได้ยินเกี่ยวกับกฏ 4-1-1 อยู่บ้าง ซึ่งกฏนี้เป็นหนึ่งในแนวทางการทวีตบน Twitter ให้เวิร์คกันในยุคหนึ่งเลยก็ว่าได้

ทีนี้หลายคนก็อาจจะสงสัยแล้วว่ากฎนี้คืออะไร?

กฎ 4-1-1 ที่ว่านี้เป็นหลักการทวีตที่ถูกสร้างขึ้นโดยใครก็ไม่แน่ชัดนัก แต่ถูกหยิบมาใช้โดยนักการตลาดดังๆ ซึ่งหลักการคือว่าการที่เราจะทวีตอะไรใหม่ที่มาจากตัวเราเอง 1 ครั้ง ก็ให้ทำการ Retweet ข้อความเก่าของเราที่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในประเด็นเดียวกัน 1 ครั้ง และทำการแชร์คอนเทนต์จากคนอื่นๆ อีก 4 ครั้ง (ซึ่งรูปแบบนี้ก็เอามาใช้กับ Facebook ได้เหมือนกัน)

กฏดังกล่าวนั้นถูกนำไปประยุกต์กับอะไรหลายๆ อย่างตามมา เช่นถ้าแบรนด์จะโพสต์อัพเดทอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา 1 ครั้ง ก็ต้องไปหาคอนเทนต์เก่าที่น่าสนใจมาโพสต์ด้วย 1 ครั้ง แล้วก็หาคอนเทนต์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงมาแชร์อีก 4 ครั้ง

แน่นอนว่ามันก็ไม่ถึงกับว่าเราต้องตามกฎนี้กันแบบเป๊ะๆ หรอกนะครับ แต่นัยยะสำคัญที่กฎนี้สะท้อนให้เราได้คิดคือการโพสต์อะไรบน Social Media นั้นไม่ใช่เรื่องของการ “พูดแต่ตัวเอง” เพราะถ้าทำอย่างนั้นแล้วคอนเทนต์ของเราไม่ได้แน่จริง มันก็คงยากที่คนอื่นจะสนใจหรือหันมาติดตามเรา แต่ถ้าเราพูดแต่ตัวเองให้น้อยลง และแชร์เรื่องโน้นเรื่องนี้ที่มีประโยชน์โดยยังเกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือตัวตนของเราอยู่ มันก็จะทำให้เราดู “เปิด” และ “น่าเข้าถึง” จากคนต่างๆ ได้

พอเป็นนี้ ถ้าเราจะมาประยุกต์ลักษณะของกฎดังกล่าวกับการทำคอนเทนต์ในปัจจุบันจะทำอย่างไร?

วิธีที่บางคนอาจจะทำคือการโพสต์คอนเทนต์ผสมผสานระหว่างการขายของ และถ่วงด้วยคอนเทนต์อื่นๆ ที่เป็นประโยชน์แต่ก็ยังเกี่ยวข้องกับแบรนด์ของตัวเองอยู่ เช่นถ้าเราเป็นร้านขายสลัด การพูดเรื่องเมนูสลัดและสินค้าของร้าน 1 ครั้ง ก็อาจจะต้องตามมาด้วยการหยิบคอนเทนต์อื่นๆ ที่มีประโยชน์อย่างเช่นวิธีลดน้ำหนัก เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผัก ฯลฯ มาโพสต์อีก 3-4 ครั้ง ก่อนที่จะมาโพสต์ขายของกันใหม่อีกที

การทำอย่างนี้คือสูตร (ไม่) สำเร็จ ที่หลายๆ แบรนด์ก็เคยทำกันมาก่อน (หรือบางคนก็ยังทำอยู่)

ก็ถือว่ามาเป็นอัพเดทแล้วลองไปปรับใช้กันดูได้ตามสมควรนะครับ :)