หลังจากมีการประกาศแล้วให้เรารอกันอยู่พักนึงถึง Instagram Business Tool ตอนนี้คนไทยก็สามารถปรับตัว Instagram ของตัวเองให้เป็น Instagram Business Profile กันได้แล้ว (ถ้าใครเข้า IG ช่วงนี้ก็คงจะเห็นมีการขึ้นแจ้งกันล่ะ)

ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าจะติดตั้งเจ้า Business Profile นี้อย่างไร

การเปลี่ยนเป็น Business Profile

โดยปรกติแล้ว ทาง Instagram ก็จะมี Guide ในการให้เราเปลี่ยนเป็น Business Profile ได้โดยไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าใครเผลอกดปิดแล้วก็ทำใหม่ได้ไม่ยากเช่นกัน

1. เข้าไปที่หน้า Profile ของเรา แล้วเลือก Setting

001

2. กดเข้าไปที่เมนู Swtich to Business Profile

002

3. จากนั้นเลือกให้ Instagram ของเราเชื่อมกับ Facebook Page ของเรา (แน่นอนครับว่านั่นคือเงื่อนไขที่เราต้องมี Facebook Page ในการ Connect นั่นเอง)

003

4. จากนั้นทาง Instagram จะให้เรากรอกข้อมูลในการติดต่อเรา ซึ่งก็จะไว้เพื่อให้คนที่สนใจอยากติดต่อเราสามารถกด Contact ได้โดยตรงจากหน้า Profile นั่นเอง

004

เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว คุณก็เปลี่ยน Account ของคุณเป็น Business Profile ล่ะ ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าการเป็น Business Profile นั้นจะดีอย่างไร

1. เพิ่ม Contact ในหน้า Profile

ฟีเจอร์นี้ทำให้คนที่สนใจสามารถติดต่อคุณได้ง่ายขึ้น ซึ่งเงื่อนไขของการติดต่อนั้นจะตามที่อยู่ที่เรากรอกไป อันได้แก่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ และที่อยู่ ซึ่งถ้าคนกดที่ Contact ก็จะสามารถเลือกโทรมายังเบอร์ที่เรากรอกไว้ ส่งอีเมล์ หรือ Get Direction ได้เลย

005

เทคนิค

  • บรรดาร้านขายของออนไลน์ต่างๆ ก็ควรจะใส่เบอร์โทรของเราไว้สำหรับให้คนโทรหาได้ เช่นเดียวกับอีเมล์สำหรับคนที่เผื่อช่องทางไว้ให้คนส่งอีเมล์หา
  • สำหรับบรรดาร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ก็อย่าลืมกรอกพิกัดดีๆ เผื่อสำหรับคนที่จะได้เรียกดูแผนที่เพื่อไปที่ร้านได้

2. การสามารถดูสถิติต่างๆ ของการโพสต์ Instagram

เรื่องการสถิติต่างๆ ของ Instagram นั้นเป็นที่กังขาของคนการตลาดมานานเนื่องจากมีแค่ตัวเลข Follower แต่ตอนนี้ Instagram ทำให้เราเห็นข้อมูลมากขึ้นกว่าเดิม โดยมีตัวเลขสำคัญคือ

  • Impression – จำนวน “ครั้ง” ที่คอนเทนต์ของคุณถูกนำไปแสดงและถูกเห็นโดยคนที่เล่น Instagram
  • Reach – จำนวน “คน” ที่เข้าถึงคอนเทนต์ของคุณ (แน่นอนว่ามันมักจะน้อยกว่าจำนวน Impression และ Follower)
  • Click – จำนวนคนที่คลิ้กไปเว็บไซต์ ในกรณีที่คุณมีการลงโฆษณาประเภทที่คนสามารถกดดูข้อมูลต่อได้
  • Followers – อธิบายพฤติกรรมของคนที่ติดตาม Instagram ของคุณว่าพวกเขาโดยเฉลี่ยจะใช้งาน Instagram ตอนช่วงกี่โมงในแต่ละวัน รวมทั้งการดูสถิติระดับลึกว่าเป็นเพศไหน อายุเท่าไร มาจากพื้นที่ไหน

006

007

เทคนิค

  • สถิติเหล่านี้น่าจะเป็นข้อมูลชั้นดีให้คุณได้ว่าปัจจุบัน Instagram ของคุณนั้นทำงานดีขนาดไหน โพสต์ของคุณเข้าถึงคนเยอะแค่ไหน
  • นอกจากนี้แล้ว ยังเหมาะกับการที่คุณอาจจะขอดูจากเหล่าบรรดา Instagram Influencer ว่าโพสต์ของพวกเขาเข้าถึงคนกี่คนจริงๆ กัน เพราะต้องไม่ลืมกันว่าจำนวน Follower อาจจะสวนทางกับจำนวนที่คนเห็นจริงก็ได้ เช่นบางคนอาจจะคนตามเยอะแต่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายคุณ แถวจำนวน Follower เยอะแต่จริงๆ มีคนดูนิดเดียว
  • การเห็นสถิติพฤติกรรมของ Follower ทำให้คุณพอเริ่มเห็นได้ว่าเอาจริงๆ คุณควรจะโพสต์ในช่วงเวลาไหน ช่วงเวลาที่ Follower ของคุณไม่ออนไลน์ก็คงไม่ใช่ช่วงเวลาที่คุณจะโพสต์เป็นแน่ นอกจากนี้จะต้องเผื่อคิดไว้ด้วยว่าในช่วงเวลาที่หนาแน่นนั้น ก็จะมีคอนเทนต์ของคนอื่นเข้ามาด้วยเช่นกัน (ก็วางแผนกันดีๆ นะครับ)

3. ซื้อโฆษณาได้แล้ว

หลังจากให้หลายๆ คนหงุดหงิดที่ซื้อโฆษณา Instagram ยุ่งยาก ตอนนี้คุณสามารถทำได้ผ่านหน้าจอมือถือแบบง่ายๆ ในแต่ละโพสต์ โดยจะมีเมนูขึ้นมาให้คุณเลือกระหว่าง Promote กับดู Insight โดยตอนนี้โฆษณาที่เราสามารถซื้อได้จะเป็น Visit your Website กับ Call or Visit your Business

008

โครงสร้างของ Instagram Ad ที่เราซื้อตอนนี้ก็จะคล้ายๆ กับ Facebook ที่ให้คุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ เลือกงบประมาณ แล้วก็จำนวนวันที่อยากโปรโมท

009

เทคนิค

  • หลายคนอาจจะคิดว่าทำไมไม่มี Boost Post แต่ถ้าว่ากันจริงๆ แล้วอันนี้มันก็คล้ายๆ กับ Boost นั่นแหละครับ เพราะมันคือการจ่ายเงินเพื่อเพิ่ม Reach ให้กับตัวโพสต์ (ดูได้จากตอนที่เรากรอกเงินแล้วมีการประมาณให้ว่าเข้าถึงกี่คน) เพียงแต่ Instagram จะพ่วง Call to Action มาให้ด้วย

 

นี่คืออัพเดทเบื้องต้นสำหรับการใช้ Instagram Business Profile นะครับ ไว้ผมลองเล่นอีกสักพักแล้วมีเทคนิคอะไรดีๆ จะมาแนะนำกันอีกเรื่อยๆ ฮะ