หนึ่งในสิ่งที่เวลาเราพูดเรื่อง Digital Transformation นั้นก็คือเรื่องของการที่ธุรกิจจำนวนมากเจอ “คู่แข่งใหม่” เข้ามาทำให้ธุรกิจเดิมที่มีอยู่นั้นต้องสั่นคลอนหรือถึงกับพังทะลายเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าเรื่องนี้กลายเป็นจุดน่าคิดว่า “คู่แข่ง” หรือที่เรามักเรียกกันว่า Competitor นั้นยังอยู่บนพื้นฐานความคิดธุรกิจแบบเดิมอยู่หรือเปล่า?

ตัวอย่างง่ายๆ ที่พอจะยกแล้วเห็นภาพได้ชัดคือ Toyota ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงคู่แข่งแล้วเราก็มักนึกถึง Honda Mazada ที่ขายรถยนต์ประเภทเดียวกัน ซึ่งถ้ามองลึกไปอีกก็จะเห็นว่าธุรกิจของบริษัทเหล่านี้นั้นขายสินค้าใกล้เคียงกันและอยู่บน Business Model ที่คล้ายๆ กัน (หรือบางทีอาจจะเรียกว่าเหมือนกันเลยด้วยซ้ำ) ลักษณะของคู่แข่งแบบนี้มักจะเรียกกันว่า Symmetric Competitor

แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้น มันก็จะมีคู่แข่งอีกประเภทหนึ่งที่เราเรียกว่า Assemetric Competitor ซึ่งอาจจะเป็นคู่แข่งที่ไม่เหมือนกับคู่แข่งโดยตรงนัก อาจจะมีความต่างเรื่องของ Business Model แต่ก็กลายเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทกับธุรกิจเหมือนกัน เช่น Toyota นั้นเป็นธุรกิจในการจำหน่ายสินค้าก็คือยานยนต์เพื่อให้ผู้บริโภคใช้เดินทาง แต่ถ้าผู้บริโภคสามารถเดินทางได้สะดวกโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของยานยนต์เองจะเกิดอะไรขึ้น? นั่นก็คือผลกระทบที่จะมีต่อธุรกิจเดิมของ Toyota เป็นแน่ และเมื่อมองเช่นนั้นแล้ว จะเห็นว่าบริการอย่าง Uber ก็นับว่าเป็นคู่แข่งกับ Toyota ด้วยเช่นกัน

ถ้าเรามองเคสแบบนี้แล้ว มันก็จะเห็นได้ว่าธุรกิจจำนวนมากในวันนี้ล้วนเจอ “ศึกรอบด้าน” มากกว่าที่เคยมีมา วิธีการบริหารธุรกิจแบบสมัยก่อนนั้นวางไว้ในการป้องกันคู่แข่ง “ทางตรง” เป็นสำคัญ (พูดง่ายๆ คือการสู้กันแย่ง Market Share นั่นแหละ) แต่เราก็เจอว่าธุรกิจวันนี้มี “คู่แข่งใหม่” เข้ามาแย่งลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ Uber ที่เข้ามาแย่งลูกค้าที่ใช้บริการ Taxi หรือ Airbnb ที่แย่งลูกค้าโรงแรม การใช้งาน LINE Call ที่ทำให้คนจำนวนมากเลิกใช้บริการโทรศัพท์ปรกติหรือ Voice Roaming ฯลฯ

บล็อกวันนี้ผมอาจจะไม่มีอะไรเล่ายาวๆ นัก แต่อยากให้เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารลองคิดกันดูดีๆ ว่าธุรกิจของเรานั้น ใครคือ “คู่แข่ง” ที่เราต้องระวังกันบ้างในวันนี้ เพราะในวันพรุ่งนี้ คู่แข่งที่จะทำให้เราเดือดร้อนอาจจะไม่ใช่คู่แข่งที่เราเห็นๆ กันอยู่ก็ได้นะครับ