เครื่องมือ Social Monitoring ในทุกวันนี้นับว่าทำอะไรได้มาากกว่าสมัยก่อนค่อนข้างเยอะ แต่คำถามที่หลายๆ คนจะถามกันคือเราจะเอาเครื่องมือนี้มาทำอะไรได้บ้าง

ในคอนเซปต์ของ Social Monitoring นั้นถือเป็นเรื่องที่น่ามีประโยชน์อยู่ไม่น้อยกับการที่มีเครื่องมือช่วยในการกวาดข้อมูลและคอนเทนต์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน Social Media เพื่อให้คนทำงานสามารถดูภาพรวมหรือวิเคราะห์รายละเอียดต่างๆ ได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามีข้อมูลที่มากขึ้น ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าเอาจริงๆ เราจะสามารถทำแบบ Manual ก็ได้แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก (อย่างเช่นการมานั่งไล่อ่าน Pantip ทีละกระทู้แล้วนั่งบันทึกข้อมูลลงใน Excel ก็คงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาอยู่มากโขทีเดียว)

อย่างไรก็ตาม ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเครื่องมือ ปัญหาขององค์กรจำนวนมากคือมีเครื่องมือเหล่านี้แต่ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก บางรายถึงขั้นหนักคือไม่รู้จะเอาไปทำอะไรสุดท้ายก็กลายเป็นเอาเครื่องมือไปดองกัน บล็อกวันนี้ผมเลยขอหยิบเรื่องง่ายๆ ที่เราสามารถใช้ Social Monitoring มาใช้ประโยชน์กับการตลาดกัน

1. ดูความเคลื่อนไหวของแบรนด์ตัวเอง

หนึ่งในสิ่งที่นักการตลาดควรให้ความสำคัญมากๆ คือเสียง Feedback จากลูกค้าของตัวเองว่าพวกเขาพูดถึงสินค้าและบริการของเราอย่างไร มีความคิดเห็นอย่างไร โดยไม่ว่าจะเป็นคำวิจารณ์แง่ลบหรือแง่บวก เราก็ควรรับฟังและนำกลับมาวิเคราะห์ เช่น

  • มีคนพูดถึงเรื่องสินค้ามากแค่ไหน เพิ่มขึ้น/ลดลงจากเดิมเท่าไร
  • หัวข้อหรือประเด็นที่คนพูดถึงแบรนด์
  • ประเภทของคอมเมนต์ที่เกิดขึ้น (แง่ลบ / แง่บวก)

2. ดูความเคลื่อนไหวของคู่แข่งเรา

แน่นอนว่าเราก็สามารถใช้วิธีเดียวกันทำกับคู่แข่งด้วยเช่นกันเพราะข้อมูลที่เกิดขึ้นนั้นเป็นข้อมูลสาธารณะ นั่นทำให้เราเห็นภาพการแข่งขันและเสียงตอบรับได้ของผู้บริโภคที่มีต่อคู่แข่งได้ด้วย ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้แล้วจะเห็นว่ามันเป็นโอกาสมากที่เครื่องมือนี้ทำให้เราสามารถเห็นจุดแข็ง/จุดอ่อนของคู่แข่งเราจากเสียงของผู้บริโภคได้ง่ายกว่าเดิมและนำข้อมูลนั้นมาปรับกลยุทธ์ของเราให้ดีขึ้น (เช่นรู้ว่าคู่แข่งมีปัญหาเรื่องการบริการ ก็สามารถดึงมาพัฒนาเป็นจุดแข็งของตัวเราเป็นต้น)

3. ดูความคาดหวังของผู้บริโภคต่อสินค้า/บริการ

นอกจากการดูตัวเรากับคู่แข่งแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะจับตาไม่แพ้กันคือดูว่าถ้าคนทั่วๆ ไปพูดถึงสินค้าหรือบริการในอุตสาหกรรมนั้นๆ พวกเขาจะถามหาอะไร พูดถึงอะไรเป็นพิเศษ เพราะนั่นคือ Customer Insight ที่คุณสามารถนำมาใช้ได้ในการพัฒนาแผนการตลาด เช่นเวลาคนพูดถึงเรื่องการไปเที่ยวพักร้อนและมองหาที่พัก พวกเขามองหาโรงแรมแบบไหน สนใจอะไรเป็นพิเศษ ฯลฯ

4. ดูกระแสที่คนพูดถึง

นอกจากเรื่องของธุรกิจของเราแล้ว เรายังสามารถจับกระแสได้ด้วยว่าตอนนี้คนกำลังพูดถึงอะไรเป็นพิเศษ พูดถึงประเด็นไหนมากแค่ไหน เพื่อคุณที่จะสามารถประเมินได้ว่าอะไรเป็น “กระแสจริง” หรือ “กระแสหลอก” เช่นเดียวกับเช็คได้ว่ากระแสที่ว่า “ดับ” ไปหรือยัง โดยสามารถนำมาดูต่อว่าจะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ตัวอย่างเช่นการดูกระแส Pokemon Go ว่าถูกพูดถึงเยอะแค่ไหน เป็นเรื่องที่คนสนใจเยอะจริงหรือเปล่า และตรงนั้นสามารถเป็นโอกาสอะไรได้หรือเปล่า

 

อย่างที่ผมมักบอกเสมอ ว่าเครื่องมือเหล่านี้ยังไงก็คือ “เครื่องมือ” ซึ่งคุณจำเป็นต้องมีกลยุทธ์เอาไว้เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะไม่สามารถดึงประโยชน์ของมันออกมาได้ นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องของ Opeation ที่จะเข้ามาเกี่ยวเนื่องด้วยเช่นกัน ตัว Social Monitoring เองก็สามารถใช้ประโยชน์ได้เยอะมากถ้าเรา “ใช้เป็น” นั่นแหละครับ