การได้ฟังคนเก่งๆ ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้คุณสามารถ Unlearn และ Relearn ได้อยู่เรื่อยๆ แม้ว่าคุณอาจจะทำงานอยู่ในสายงานนั้นๆ มาเยอะแค่ไหนก็ตาม

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทาง  AOL ได้มีการจัดงานพบปะกับเหล่าเอเยนซี่ต่างๆ โดยมีไฮไลท์คือการได้ JC Oliver ซึ่งเป็น Global Chief Creative Officer ของทาง AOL มาบรรยายมุมมองของเขาแบบเป็นกันเอง

แน่นอนว่าการได้คนระดับ GCCO มานั้นก็คงไม่ธรรมดา (และผมบอกได้เลยว่าพี่แกก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ตั้งแต่ทรงผม การไว้เครา และวิธีการพรีเซนต์ที่เรียกว่าสุดๆ เลยจริงๆ) ซึ่งตลอดการบรรยายของเขานั้นก็มีหลายๆ อย่างที่ทำให้ผมฉุกคิดและลองตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เหมือนกัน ซึ่งก็มีสองเรื่องใหญ่ๆ ที่ผมอยากเอามาแบ่งปันกันนะครับ

1. อนาคตของการตลาดที่จะไม่ใช่ Content

สมัยก่อนเราฝากความหวังของการตลาดไว้กับโฆษณา แล้วมาวันหนึ่งเราก็ฝากมันไว้กับสิ่งที่เรียกว่า Content (ซึ่งมันก็คือยุคปัจจุบันเนี่ยแหละ) แล้วคำถามที่เราควรจะถามต่อไปคืออนาคตนั้นมันจะเป็นอย่างไร

คำตอบของคำถามนี้จาก JC Oliver คือสิ่งที่เรียกว่า Experience เพราะมันคือการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่นอกจากจะอยู่ในโหมดของการ “เสพข่าวสาร” แบบเดิม ก็กลายมาเป็นการได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ต่างไปจากการแค่ “อ่าน” “ดู” และ “ฟัง” ซึ่งนั่นจะเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

การสร้าง Experience นั้นก็ใช่ว่าเพิ่งมี เพราะสมัยก่อนก็มีการทำการตลาดแบบที่เรียกว่า Experience Marketing อยู่เหมือนกัน แต่ด้วยขีดจำกัดของดิจิทัลนั้นต่างจากสมัยก่อนค่อนข้างมาก เราจึงสามารถยกระดับของประสบการณ์ที่มากกว่าเดิมได้หลายเท่า และสร้างความท้าทายใหม่ๆ ให้กับเอเยนซี่ที่มากกว่าไปการนั่งทำหนังโฆษณาแบบเดิมๆ นั่นเอง

2. ความสำคัญของการใช้ข้อมูล

เรื่องของ Data นั้นอาจจะเป็นเรื่องแขยงๆ สำหรับนักการตลาดที่ไม่ได้มาในสาย Quantitative อยู่เสียหน่อย (ผมเองก็ไม่ใช่เหมือนกันแหละฮะ ^^”) แต่เราก็ต้องยอมรับว่ายุคสมัยของ Data นั้นกำลังจะมาและมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดในไม่ช้าก็เร็ว

พอเป็นอย่างนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่เราต้องเรียนรู้จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลนั้นแบ่งเป็นเรื่องสำคัญๆ คือ

  • เข้าถึงข้อมูลให้ได้ การเข้าถึงที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นเจ้าของข้อมูลนั้นแต่อย่างใด หากแต่เราสามารถรู้วิธีในการเข้าถึงมันให้ได้เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อ เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับการทำ Programmatic ที่หลายๆ คนอาจจะใช้ข้อมูลจาก 3rd Party Data มาเป็นตัวช่วยสำคัญ เพราะข้อมูลตัวเองนั้นอาจจะไม่ได้มีมากเพียงพอ
  • มองให้เห็นรูปแบบของข้อมูล เมื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ แล้ว เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะมองเห็นว่าข้อมูลเหล่านั้นมี Pattern อย่างไร เพราะรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นคือ “สัญญาณ” ที่จะบอกเราว่ามันจะเป็นอย่างไร อะไรกำลังจะเกิดขึ้น หรือการเข้าใจที่มาของสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วนั่นเอง

 

เอาจริงๆ JC Oliver ยังมี “ของ” อีกเยอะที่พี่แกเล่าอย่างเมามันตลอดเกือบ 1 ชั่วโมง บางส่วนก็เป็นการแนะนำ AOL หลังจากที่มีการเข้าซื้อ Yahoo ไปเมื่อไม่นานมานี้ และบางส่วนก็แนะนำการสร้างประสบการณ์ทางการตลาดผ่านดิจิทัลแบบที่ผมเล่าไว้คร่าวๆ ในหัวข้อที่ 1 นั่นแหละครับ

ใครที่สนใจแนวคิดของเขาก็ไปตามเขาได้ใน Twitter – @JColly นะฮะ