บล็อกวันนี้อาจจะฟังดูไม่ได้น่าสนใจเท่าไรนักสำหรับคนที่คุ้นเคยกับการใช้ LINE@ กันอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับหลายๆ คนรวมทั้งหลายๆ ธุรกิจนั้น ก็พบว่ายังมีหลายคนที่ยังไม่ได้รู้จักเครื่องมือนี้มากนัก บล็อกวันนี้ผมเลยขอหยิบตัว LINE@ มาอธิบายกันแบบเข้าใจง่ายๆ ให้เห็นภาพแล้วกันว่าเจ้านี่สามารถเอามาใช้อะไรได้บ้าง

1. ใช้ LINE@ เป็นช่องทางการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

หนึ่งในสิ่งที่ผมมักจะบอกข้อดีของ LINE@ คือใครๆ ทุกวันนี้ก็เล่น LINE (พอๆ กับที่ใครๆ ก็เล่น Facebook นั่นแหละ) ฉะนั้น LINE@ คือโอกาสอันดีในการที่ให้เจ้าของธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่สามารถมี Account ที่ไว้ใช้ติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ซึ่งช่องทางนี้ก็สามารถทำการ Add ได้ง่าย ไม่ว่าจะใช้ QR Code หรือการใช้ @ ก็ได้ (อย่างของผมก็คือ @nuttaputch.com นั่นแหละครับ)

และด้วยการที่มันสามารถแอดได้ง่าย ทุกคนก็รู้วิธีการใช้งาน LINE อยู่แล้ว ผมเลยมักแนะนำว่า LINE@ อาจจะเป็นช่องทางลำดับต้นๆ ที่น่านำมาใช้นั่นแหละฮะ ลูกค้าก็ไม่ได้รู้สึกยุ่งยากอะไรด้วย ลองคิดกลับกันว่าถ้าคุณต้องไปพัฒนาแอพสักตัวเพื่อจะใช้เป็นช่องทางสื่อสาร ส่งข้อความ หรือไว้ Chat คุยกันนั้น เราก็ต้องมานั่งโปรโมทตัวแอพอีกทีซึ่งคนจะโหลดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แถมคนใช้จะเข้าใจอีกไหมก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งซึ่งยิ่งทำให้มันยุ่งยากกันไปใหญ่

2. ใช้ LINE@ ในการส่งข้อความต่างๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเรามีคนติดตามแล้ว (ซึ่งก็ผ่านจากการที่เราต้องโปรโมทให้คนรู้จัก ให้คนแอดมานั่นแหละ) เราก็สามารถใช้ช่องทางนี้ในการส่งข้อความในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อความเฉยๆ รูปภาพ วีดีโอ หรือแม้แต่ Rich Message (แบบที่บรรดาแบรนด์ใหญ่ๆ เขามักจะส่งกันนั่นแหละฮะ) ให้กับคนที่ตามเราได้

การส่งข้อความลักษณะนี้ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือการ Broadcast ออกไปให้ทุกคน หรือแบบที่เรามักจะเรียกว่า 1-to-many นั่นแหละครับ ข้อดีคือการเข้าถึงคนจำนวนมากโดยไม่ต้องยุ่งยากอะไรมากนั่นเอง (กดคลิ้กเดียว ส่งถึงทุกคน) ซึ่งเงื่อนไขของการ Broadcast นี้ดีกว่า Facebook ในแง่หนึ่งตรงที่คนที่ติดตามเราแทบทุกคนจะได้ข้อความ (เว้นแต่คนที่บล็อกเรานั่นแหละ)

ทีนี้ถ้ามองกันตามเงื่อนไขดังกล่าว ถ้าใครมี Friend เยอะบน LINE@ ก็ได้เปรียบ เพราะเผลอๆ การส่งข้อความหนึ่งครั้งอาจจะเข้าถึงคนมากกว่าการโพสต์บน Facebook ที่ทุกวันนี้โดนกด Reach กันอย่างหนักชนิดถ้าอยากให้คนเห็นก็ต้องจ่ายเงินเพื่อ Boost นั่นแหละ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องคิดประกอบกันไปคือ LINE@ ก็มีข้อจำกัดตรงที่เราไม่สามารถส่งข้อความถึงคนที่ไม่ได้เป็น Friend เราเช่นกัน ซึ่งต่างจากกรณี Facebook ที่เราสามารถลงโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ Like เราด้วย

3. ใช้ LINE@ เป็นช่องทางในการสนทนากับกลุ่มเป้าหมาย

สิ่งที่หลายๆ คนจะชอบ LINE@ คือการมีฟังก์ชั่นคุย Chat กับคนที่ส่งข้อความมาได้ นั่นทำให้เราสามารถใช้ช่องทางนี้เป็นเหมือน Call Center กับคนที่มีคำถาม ข้อสงสัย หรืออยากให้ Feedback กับเรา ซึ่งการทำงานตรงนี้ก็อาจจะควบคู่ไปกับการส่งข้อความปรกติอย่างข้อที่แล้วก็ได้

นอกจากนี้แล้ว LINE@ ยังไม่ได้จำเป็นว่าจะใช้คนๆ เดียวในการบริหาร เพราะเราสามารถกระจายคนถือ Account นี้ได้มากกว่า 1 คน จึงทำให้หลายๆ ธุรกิจสามารถหาคนมาช่วยตอบคำถามได้แม้ว่าจะมีคนเข้ามาถามเยอะก็ตาม แถมยังสามารถจะตอบผ่านมือถือหรือจะใช้คอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นกัน (ผ่าน Web App ของ Chrome)

 

3 ข้อนี้คือประโยชน์หลักๆ ที่เราสามารถใช้ LINE@ ให้เป็นประโยชน์ได้ จริงๆ มันก็ยังมีเทคนิคอื่นๆ อีกพอสมควร ซึ่งถ้าใครสนใจก็ลองติดตามทาง LINE Thailand ที่มักจะทยอยเปิดคอร์สอบรมเรื่องนี้อยู่เสมอๆ นะครับ (ส่วนของผมก็มาอัพเดทตามเวลาว่างนั่นแหละ)