ในวันที่โลกธุรกิจเกิดรายใหม่ๆ เข้ามาเต็มตลาดไปหมด หลายๆ คนก็ล้วนพยายามหา “จุดต่าง” ให้กับตัวเองเพื่อจะได้โดดเด่นมาจากคนอื่น บ้างก็ให้กลายเป็นจุดขายให้กับตัวเอง ซึ่งจุดต่างนี้ก็มีหลายๆ อย่างทั้งเรื่องของคุณสมบัติสินค้าและบริการตลอดไปจนถึงตัวแบรนด์เองด้วย

บล็อกวันนี้ผมเลยลองหยิบ 10 ไอเดียที่น่าจะเป็น “จุดต่าง” ให้กับแต่ละธุรกิจเพื่อลองเอาไปปรับใช้ดูกันนะครับ

1. ราคา

อันนี้แน่นอนว่าเป็นอย่างแรกๆ ที่หลายๆ คนเห็นและจับต้องได้ นั่นคือราคาต่างจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะถูกกว่า หรือแพงกว่า (มีข้อดี-ข้อเสียคนละแบบเพราะไม่ใช่ว่าถูกกว่าแล้วจะดีกว่าเสมอไปนะครับ)

2. ความสะดวกในการใช้บริการ/ซื้อ

ลองคิดถึงเวลาที่เราจะซื้อสินค้าสักชิ้น บางร้านอาจจะมีขั้นตอนเยอะ ต้องกรอกข้อมูลมากมาย บางร้านแทบไม่ต้องทำอะไรเลย นั่นยังไม่นับกับช่องทางการจัดจำหน่ายที่บางธุรกิจมีข้อจำกัดเยอะ ในขณะที่อีกร้านใช้งานง่ายและสะดวก

3. คุณภาพสินค้า/บริการ

ถ้าไม่ใช่เรื่องความสะดวก ก็ลองมองไปเรื่องคุณภาพของสินค้าดูอีกทาง เพราะลูกค้าหลายกลุ่มก็ยอมจ่ายแพงกว่า หรือยอมยุ่งยากกว่าเดิมถ้าได้ของที่ “ดีกว่า” นั่นเอง

4. มีของพร้อมส่ง / บริการ

บางร้านอาจจะมีของดีมากๆ แต่ของขาดตลาดตลอด ต้องรอ ต้องต่อคิวนานๆ จึงเป็นเหตุให้บางธุรกิจใช้ช่องว่างในการชูจุดต่างว่างมีของตลอด ถ้าเป็นร้านขายของก็ประเภทเปิด 24 ชม. อะไรอย่างนั้น

5. ความน่าเชื่อถือ

สินค้าบางสินค้าอาจจะทำได้เหมือนกัน มีลักษณะคล้ายๆ กัน แต่ความน่าเชื่อถือของผู้ขายต่างกัน รวมไปถึงความน่าเชื่อถือขององค์ประกอบสินค้า (เช่นผลิตจากจีน ผลิตจากญี่ปุ่น ฯลฯ) ซึ่งนั่นก็มีผลต่อความคิดของคนอยู่เหมือนกัน

6. ความสามารถในการปรับแต่ง

บางธุรกิจจะมีเงื่อนไขและข้อจำกัดของสินค้าเยอะ แต่บางธุรกิจก็จะพลิกและชูจุดขายในเรื่องการปรับแต่งมากกว่าเป็นแค่ “สำเร็จรูป” เช่นธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ที่นอกจากมีแบบสำเร็จแล้วยังสามารถปรับแต่งตามใจลูกค้าได้

7. ความสม่ำเสมอ

การสม่ำเสมออาจจะใช้ได้กับหลายๆ อย่างเช่นการอัพเดทสินค้าใหม่ การสร้างบริการใหม่ๆ หรือถ้ากับสายคอนเทนต์ก็เช่นการอัพเดทคอนเทนต์อยู่เรื่อยๆ เพราะคู่แข่งบางรายอาจจะแข็งแรงในฐานสินค้าเดิมแต่ขาดความแปลกใหม่ นอกจากนี้แล้วความสม่ำเสมอยังสามารถใช้ได้กับกรณีบริการที่เรียกว่าคงมาตรฐานไว้เป็นต้น

8. ความปลอดภัย

ในบางธุรกิจนั้น ความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยที่สามารถสร้าง “ความต่าง” ได้อยู่ไม่น้อย เช่นสินค้าที่ต้องเกี่ยวกับความสวยความงาม อุปกรณ์ไฟฟ้า ฯลฯ ปัจจัยเรื่องความปลอดภัยกลายเป็นเรื่องที่หลายๆ คนให้ความสำคัญมากๆ เลยด้วย

9. ระยะเวลา

ระยะเวลาการรอสินค้า ระยะเวลาในการใช้บริการ ระยะเวลาในการให้คำตอบเวลามีคำถาม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ที่ล้วนเกี่ยวกับ “เวลา” ก็ย่อมเป็นจุดขายที่ดีสำหรับลูกค้าบางคนที่ต้องการความเร่งด่วนในการใช้สินค้านั้นๆ ตัวผมเองบางครั้งก็ต้องการสินค้าบางอย่างกระทันหันและยินดีจ่ายมากขึ้นถ้าใครสามารถส่งได้เร็วขึ้นกว่ามาตรฐาน และนั่นก็เป็นอีกจุดขายหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

10. การเป็นคนดี มีคุณธรรม

อาจจะฟังดูประหลาดๆ แต่การเป็นธุรกิจ “สีเขียว” หรือมีคุณธรรมก็เป็นจุดขายสำหรับคนบางกลุ่มอยู่เหมือนกัน ลองคิดกันง่ายๆ ว่าช่วงหนึ่งเราก็แบนสินค้าด้วยผลทางด้านการเมือง หรือจริยธรรมของเจ้าของกันเลย ฉะนั้นแล้วนี่ก็เป็นจุดต่างอีกจุดที่หยิบมาใช้ได้เช่นกันนะ