เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการจัดงาน The Facebook Conference ที่กรุง Amsterdam โดยรวบรวมนักการตลาดดิจิทัลของประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อแลกเปลี่ยนและอัพเดทมุมมองการตลาดดิจิทัลปัจจุบันต่อ Facebook ซึ่งเป็น Social Media ยอดนิยม ณ ขณะนี้ โดยในงานก็มีการพูดคุยหลายหัวข้อที่น่าสนใจ และทาง Viralblog.com ก็ได้สรุปประเด็นสำคัญๆ น่าสนใจมาเป็น 10 หัวข้อสำคัญ ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

1. 5% ของโพสต์บน Facebook ในปัจจุบันคือโฆษณา

Screen Shot 2556-10-20 at 2.31.58 PM

ถือเป็นตัวเลขที่หลายคนอาจจะไม่ได้ทันสังเกต แต่ก็มีการประมาณการว่า ทุกๆ 20 โพสต์บน Newsfeed นั้น จะมีอย่างน้อย 1 โพสต์ที่มีเนื้อหาโฆษณาสินค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร เพราะทุกวันนี้เม็ดเงินโฆษณาจำนวนมากถูกเพิ่มให้กับการทำคอนเทนต์และการซื้อสื่อบน Facebook ซึ่งถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่คนใช้เวลาออนไลน์ส่วนใหญ่อยู่กับมัน

2. อย่าสนใจแค่ CPA แต่ต้องมอง Life Time Value ด้วย

lifetime-value-facebook-fan

ถ้าเรามองเรื่องโฆษณาแบบ Digital Display นั้น ตัวเลขที่คนมักจะมองกันก็คือ CPA (Cost per Action) เสียส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในงาน The Facebook Conference ได้ยกประเด็นนี้มาพูดว่าน่าจะให้ความสำคัญกับ Life Time Value (LTV) ด้วย ซึ่งค่า LTV นี้คือการประเมิณมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวอันเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายด้วย ตัวอย่างง่ายๆ คือการคิดว่าต้นทุนในการเข้าถึง Fan คือประมาณ $2 ต่อการสร้าง Fan 1 คน แต่ 1 คนดังกล่าวนั้นมีมูลค่าได้ถึง $173 เหรียญ

3. Facebook คือ Advertising Platform

ถือเป็นแนวคิดที่ดูสุดโต่งอยู่ไม่น้อย แต่คนที่เสนอแนวคิดนี้คือ Heineken ซึ่งมีการสื่อสารในรูปแบบของ Advertisning อย่างต่อเนื่องบนช่องทางของตัวเองโดยแบรนด์มองว่า Facebook นั้นคือสื่อโฆษณาของตัวเอง และมองว่ากลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาเป็น Fan ของแบรนด์ตัวเองนั้นคือกลุ่มคนที่ต้องการรับข่าวสารในแบบโฆษณาจากแบรนด์นั่นเอง สิ่งที่ตามมาคือการตั้งเป้าหมายของ Facebook Page อยู่ที่ Awareness เท่านั้น โดยไม่ได้มองไปถึงขั้นการสร้างยอดขายแต่อย่างใดScreen Shot 2556-10-20 at 2.41.39 PM

แนวคิดนี้อาจจะดูแปลกๆ เสียหน่อยสำหรับบางแบรนด์ที่มีการตั้งเป้าหมายของการใช้ Social Media ในแนวทางอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ก็ใช่จะบอกว่ามันถูกต้อง 100% เสียทีเดียว เพราะวิธีการดีไซน์ Social Media Strategy นั้นคงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตลอดจนแนวทางการตลาดของแต่ละแบรนด์ด้วย

4. Facebook คือพื้นที่ที่ทำให้แบรนด์ของคุณกลายเป็นคน

เราพูดเรื่องการสื่อสารของแบรนด์บนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้งว่าควรทำให้เป็น “คน” มากกว่าจะเป็นแค่แบรนด์ลอยๆ เฉยๆ ทั้งนี้เพราะ Social Media เป็นการเชื่อมต่อระหว่างคนกับคนเป็นหลัก Phillips ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โดยมองว่า Facebook คือแพลตฟอร์มที่ทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารในรูปแบบที่เป็นคนมากกว่าจะเป็นการสื่อสารแบบโฆษณาทั่วๆ ไป (ซึ่งนี่ออกจะต่างกันกับแนวคิดของ Heineken พอสมควร ^^”) นอกจากนี้แบรนด์ยังมีโอกาสในการที่จะโต้ตอบและปฏิิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อีกด้วย

5. แบรนด์ต้องให้ Facebook คืนกลับเป็นของผู้บริโภค

Screen Shot 2556-10-20 at 2.50.13 PM

KLM (Royal Dutch Airline) ให้ความเห็นว่า Facebook คือพื้นที่ที่มีไว้สำหรับปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้คนอื่นๆ โดยทาง KLM ก็ใช้ Facebook ในการเข้าไปพูดคุยกับผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้าในที่ที่เข้าอยู่ นอกจากนี้แล้ว KLM ยังวางหน้าที่การดูแล Facebook ไว้ในส่วนงานระหว่าง PR และ Corporate Communication ซึ่งต่างจากองค์กรอื่นๆ ที่มักมอบหมายให้กับฝ่ายการตลาดเสียส่วนใหญ่

6. Content is ‘still’ King

คอนเทนต์ยังคงเป็นแกนกลางหลักที่สำคัญมากของการสื่อสารบน Facebook (หรือจริงๆ คือทุกช่องทางการสื่อสารนั่นแหละ) เราจะเห็นคอนเทนต์ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคมากขึ้นทั้งในแง่การสร้าง Value หรือการใส่ Creative ลงในคอนเทนต์ ทั้งนี้ยังมีการพูดถึงประเด็นมูลค่าของคอนเทนต์นั้นสำคัญเสียกว่าการวัดที่จำนวน Like Commet Share เพียงอย่างเดียว

7. สร้างคอนเทนต์ที่เป็นตัวแบรนด์

ต่อยอดจากประเด็นเรื่องการให้ความสำคัญของคอนเทนต์ ก็มีการยกประเด็นคอนเทนต์มีเอกลักษณ์ของตัวแบรนด์ตามมา นั่นคือการพยายามสร้างคอนเทนต์ที่มีส่วนผสมที่มี “ความเฉพาะ” เชื่อมโยงกับตัวแบรนด์ ซึ่งนี่จะส่งผลในแง่ประสิทธิภาพของสารต่อผู้รับสาร (คนที่เห็นคอนเทนต์) ต่อไป

8. CEO เริ่มสนใจ Facebook กัน (เสียที)

หลังจากถูกมองว่าเป็นช่องทางกึ่งๆ “แฟชั่น” และมักถูกมองข้ามจากผู้บริหารระดับสูง แต่ในที่สุด Facebook ก็ถูกให้ความสำคัญจากผู้บริหารระดับ C-Level มากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงจะมาจากจำนวนผู้ใช้ Facebook ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพฤติกรรมการใช้งานของคนในสังคมที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

9. ใช้ Facebook AD และ TVC พร้อมกันจะได้ผลมากขึ้น 28%

facebook-tv

มีการเปิดเผยผลการศึกษาที่พบว่าการทำแคมเปญร่วมโดยใช้โฆษณาทางโทรทัศน์พร้อมกับ Facebook Ad จะสามารถสร้าง Reach ได้เพิ่มขึ้นถึง 28% ด้วยกัน โดยการศึกษาพบว่า Facebook Ad จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงคอนเทนต์ทั้งกลุ่มเป้าหมายเดิมที่อาจจะได้ชม/ร่วมแคมเปญทางโทรทัศน์ไปแล้ว รวมทั้งกลุ่มใหม่ๆ ด้วย

10. อุปกรณ์พกพาจะเป็นสื่อที่มีอานุภาพมากกว่าที่หลายๆ คนคิด

ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Facebook ผ่าน Mobilde Device มากถึง 800 ล้านคนทั่วโลก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือมีแบรนด์จำนวนมากที่ยังไม่ได้ปรับคอนเทนต์หรือกิจกรรมของตัวเองให้รองรับการใช้งานผ่าน Mobile แต่อย่างใด ซึ่งนั่นหมายถึงการสูญเสียโอกาสอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

facebook-mobile

 

แปล เรียงเรียง และนำรูปภาพจาก: http://www.viralblog.com/