เรื่องการแชร์หรือการทำให้คอนเทนต์ไวรัลกลายเป็นเหมือนโจทย์ที่คนทำงานด้านคอนเทนต์ถูกถามบ่อยๆ บ้างก็ตั้งเป็นโจทย์จากลูกค้าเวลาทำคอนเทนต์พวกวีดีโอทำนองว่า “มันจะไวรัลไหม” ในขณะเดียวกันเองก็ต้องยอมรับว่ามีการขายงานทำนองว่า “เราจะทำไวรัลวีดีโอ” หรือจะ “ทำคอนเทนต์ให้มันไวรัล” จากเอเยนซี่อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน

แต่ก็อย่างที่ผมอธิบายไปในบล็อกก่อนหน้านี้ว่าจริงๆ เราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่าคอนเทนต์นี้จะไวรัลหรือไม่ไวรัลจนท้ายที่สุดแล้วเราควรเลิกที่จะบรีฟงานกันเสียทีว่าเราจะทำไวรัลคอนเทนต เพราะสิ่งที่เราพอทำได้คือการสร้างความเป็นไปได้ให้มากที่สุดเพื่อจะทำให้คอนเทนต์นั้นมีโอกาสที่จะไวรัล

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวผมเองก็มีวิธีเช็คง่ายๆ ในการที่จะดูว่าคอนเทนต์นี้มีโอกาสไวรัลมากแค่ไหน เป็นเหมือนเทคนิคที่ผมใช้เช็คงานกับทีมงานหรือเอเยนซี่ที่คิดงานให้ ซึ่งผมสรุปได้ 2 วิธีง่ายๆ ตามนี้ครับ

1. คนแชร์คอนเทนต์นี้เพื่อให้ตัวเองดูเป็นอย่างไร?

คำถามนี้อาจจะสุดยอดเบสิคมากๆ และหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกับการทำคอนเทนต์ แต่ในทางจิตวิทยาการใช้ Social Media อย่าง Facebook นั้น สิ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้คือคนเราโพสต์คอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะโพสต์เองหรือแชร์นั้นก็เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเราให้กับคนรอบข้าง

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว มันเลยมีการอธิบายว่าถ้าเราสามารถตอบได้ว่าคนจะแชร์คอนเทนต์นี้เพื่อให้ตัวเองดูเป็นอย่างไรในสายตาของเพื่อนๆ เราก็พอจะดูความเป็นไปได้ว่ามันมีโอกาสแชร์มากน้อยแค่ไหน (ลองอ่านบล็อกที่ผมอธิบายเรื่องนี้ไว้ดูนะครับ)

2. เวลาคนแชร์คอนเทนต์นี้ เขาจะเขียน Caption ว่าอะไร

อีกอย่างหนึ่งที่ผมมักจะถามตัวเองบ่อยๆ เวลาเห็นคอนเทนต์ คือคนที่แชร์ไปนั้น เขาจะเขียน Caption เวลาแชร์ว่าอะไร เรื่องนี้ผมว่าจริงๆ เราลองสังเกตจากคอนเทนต์ที่มีการแชร์เยอะๆ แล้วกดดูว่าแต่ละคนนั้นเขียนคำพูดว่าอะไร ไม่ว่าจะเป็น “เจ๋งมาก ต้องดู” “โห มันคิดได้ไงวะ” “ซึ้งสุดๆ” “โคตรโดน” ฯลฯ นี่เป็นสิ่งที่คนทำคอนเทนต์อาจจะต้องเดาใจและจินตนาการกันเสียหน่อย อย่างไรก็ตาม ถ้าเราสามารถนึกถึงคำพูดเหล่านี้ได้ง่าย และค่อนข้างมั่นใจว่าจะมีคนเขียนแบบนั้น มันก็พอดูมีความเป็นไปได้ที่คนจะแชร์นั่นแหละครับ

ทีนี้หลายคนอาจจะบอกว่าปรกติเวลาคนแชร์เขาไม่ได้เขียน Caption หรือเปล่า ซึ่งมันก็มีส่วนจริงแหละครับ แต่การมีคนที่เขียน Caption เองก็เป็นกลุ่มคนที่มีความชอบมากเป็นพิเศษ หรือรู้สึกกับมันมากเป็นพิเศษที่ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร ฉะนั้นถ้าเรานึกไม่ออกเลยว่าคนจะเขียนว่าอะไร ผมว่ามันก็คงมีปัญหาอะไรสักอย่างเหมือนกันนั่นแหละฮะ

 

2 เทคนิคนี้อาจจะไม่ได้สลับซับซ้อน แต่ลองเอาไปใช้ทดสอบกันในออฟฟิศดูก็ได้นะครับ :)