หนึ่งในสิ่งที่ผมมักพูดบ่อยๆ เวลาไปบรรยายเรื่องการพัฒนาตัวเองหรือการสร้างโอกาสเพื่อไปสู่ความสำเร็จนั้นก็คือเรื่องของการสร้างทัศนคติให้ตัวเอง ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามที่หนังสือต่างๆ มักพูดเสมอๆ ว่าถ้าเราคิดว่าตัวเองทำไม่ได้แล้ว อะไรๆ มันก็ดูเป็นไปไม่ได้ไปเสียหมด ซึ่งนั่นต่างจากหลายๆ คนที่คิดว่าตัวเองทำได้แล้วจะพยายามพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ

เวลาอธิบายเรื่องนี้ ผมก็จะยกประเภทของ Mindset ที่ส่งผลกับพฤติกรรมของคนซึ่งมีการแบ่งออกเป็นหลักๆ 2 แบบด้วยกัน (ขออภัยที่ผมจำไม่ได้ว่ามาจากหนังสือเล่มไหนน่ะนะครับ ^^”) ซึ่งก็คือ Fixed Mindset และ Growth Mindset

สำหรับ Fixed Mindset นั้น คือมุมองและทัศนคติประเภทที่ตีกรอบให้ตัวเอง สร้างเงื่อนไขที่ทำให้ตัวเราเองอยู่กับสิ่งที่มีเป็นสำคัญ ประเภทที่เป็นอยู่มันโอเคแล้ว ดีแล้ว ไม่ต้องไปปรับเปลี่ยนมัน และสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อไปเมื่อพบกับความผิดหวัง ผิดพลาดแล้วตีกรอบตัวเองว่าเราไม่เหมาะกับมัน ไม่มีความสามารถ ฯลฯ

ซึ่งนั่นแตกต่างจากกรณีของ Growth Mindset ที่จะคิดในทางกลับกันว่าตัวเราจะยังสามารถ “ไปได้อีก” ในเรื่องต่างๆ และนั่นเป็นหัวใจสำคัญของคนที่อยากพัฒนาตัวเองขี้นไปอีก

ถ้าจะยกตัวอย่างกันง่ายๆ สมมติเราถูกชวนไปเล่นฟุตบอลโดยที่ไม่เคยเล่นมาก่อน แน่นอนว่าการเล่นครั้งแรกย่อมจะไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไร เราทำพลาด เตะบอลไม่เป็น เหนื่อยเร็ว ซึ่งพอจบเกมเราก็พบกับการแพ้

สำหรับคนที่เป็น Fixed Mindset ก็จะไปมองว่าการเตะฟุตบอลนี้ไม่ใช่นิสัยสำหรับฉันเสียเลย ฉันไม่เหมาะจะเล่นมัน ถ้าเตะบอลคราวหน้าฉันก็คงจะได้ผลแย่ๆ แบบนี้อีกเป็นแน่ และนั่นทำให้เขาปิดประตูตัวเองกับการเล่นฟุตบอลไปแทบจะในทันที

แต่ถ้าเป็นคนประเภท Growth Mindset แล้ว พวกเขาจะคิดกลับว่าฉันยังซ้อมมาไม่พอ ฉันยังไม่มีประสบการณ์ และถ้าฉันฝึกฝนมากกว่านี้ฉันจะสามารถเก่งขึ้นได้

แน่นอนว่าแม้ผลลัพธ์ของเกมแรกจะเหมือนกัน แต่ผลต่อเนื่องจากมันบนพื้นฐานความคิดคนละแบบนี้จะนำไปสู่อนาคตคนละทางกันเลยทีเดียว

จากเรื่องดังกล่าว มันเลยเป็นสิ่งที่เราควรจะคิดกันเสียหน่อยว่าทุกวันนี้เรามีทัศนคติกันแบบไหน แม้ว่าตัวอย่างดังกล่าวอาจจะไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกอย่างในชีวิตเสียทีเดียว แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ดีเวลาที่เราเจออะไรที่ชอบแล้วพยายามฝึกฝนลงมือทำ

ในชีวิตของเรานั้น มันเป็นเรื่องปรกติที่เราจะต้องเจอความผิดพลาดหรือล้มเหลว แต่การมี Mindset ที่ดีจะทำให้หลายๆ ครั้งเราไม่ยอมแพ้หรือล้มเลิกความพยายามกลางคัน เพราะเชื่อเถอะครับว่าหลายๆ อย่างในชีวิตที่เราฝันไว้มันไม่ได้สำเร็จกันด้วยการลงมือทำเพียงครั้งเดียว แต่มันต้องผ่านการลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลานกันอีกมาก ตัวเราเองก็เช่นกันที่กว่าจะเติบโตเป็นคนที่เก่ง มีทักษะ มีความสามารถไม่ใช่เกิดจากการดีดนิ้วปุ๊ปปั้ป หรืออ่านหนังสือเล่มนึงจะเปลี่ยนชีวิตในทันที แต่มันจะค่อยเป็นค่อยไป มีวันที่ดีและมีวันที่ไม่ดี

ในวันที่ดี เราก็คงจะรู้สึกดีกับมัน แต่ในวันที่แย่ อย่าลืมกลับถามาตัวเองว่าวันนี้คุณมองมันด้วยทัศนคติที่ใช่แล้วหรือยังนะฮะ