หลังจากเรามีกระแสติด Tag พวก 20 Something กันไปพักใหญ่ๆ แล้วนั้น วันก่อนเจ้าของเพจสโรจขบคิดการตลาดก็มาถามผมถึงหนังสือในดวงใจของผมซึ่งผมเองก็เคยทำลิสต์เอาไว้อยู่เหมือนกัน บล็อกวันนี้ผมเลยขอเอาลิสต์ดังกล่าวมาปัดฝุ่นเสียหน่อย เผื่อใครที่อยากหาหนังสือดีๆ อ่านในช่วงเวลาว่างนะครับ

thealchemist

1. The Alchemist

นี่คือหนังสือที่ Mentor ของผมเคยบอกไว้ว่า “หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนชีวิตแก” และพอผมอ่านจบ ผมก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ The Alchemist อาจจะดูเป็นเหมือนหนังสือนิยายเล่มเล็กๆ ไม่ได้ดูมีเสน่ห์อะไรเมื่อเทียบกับนิยายดังๆ ยุคนี้ แต่ถ้าคุณได้เปิดอ่านและผจญภัยไปกับมันแล้ว มันคือนิยายที่งดงามว่าด้วยชีวิตในการ “ตามหาความฝัน” ซึ่งนั่นจะทำให้เราได้เข้าใจความหมายของ “ชีวิตที่งดงาม”

ปล. แม้หลายๆ คนจะไม่ค่อยรู้จักหนังสือเล่มนี้ แต่จริงๆ แล้วนี่คือหนังสือที่มีคนอ่านเยอะที่สุดติดอันดับโลกนะฮะ

2.วิถีแห่งโนบิตะ ชัยชนะของคนไม่เอาถ่าน

ฟังดูเป็นเรื่องตลกที่เราจะหาสาระและวิธีพัฒนาตัวเองจากการ์ตูน แต่เชื่อเถอะครับว่างานเขียนจากคนที่สอนวิชา “โดราเอมอนศึกษา” เล่มนี้อ่านแล้วจะทำให้คุณค้นพบมิติชีวิตที่ดีมากอย่างคาดไม่ถึงผ่านตัวละครที่ถูกตราหน้าที่ขี้แพ้ ขี้แย และไม่เอาถ่าน ด้วยส่วนตัวที่ผมค่อนข้างหลงรักโดราเอมอนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเล่มที่ผมหยิบมาอ่านบ่อยๆ ในวันที่ท้อ เหนื่อย เพราะเชื่อเถอะครับว่าโนบิตะซึ่งขี้แพ้เสียขนาดนั้น เขายังกลับมาเป็นผู้ชนะที่ครองใจคนทั้งโลกได้เลยนะ

3. The Last Lecture

ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้จากการดูคลิปวีดีโอที่เขาไปออกรายการของ Oprah ในช่วงสุดท้ายของชีวิต แม้ว่างาน Powerpoint ที่เขาใช้เล่านั้นจะดูธรรมดา ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่เนื้อหาที่เขาเล่าในช่วงท้ายๆ ของชีวิตกลับทรงพลังอย่างคาดไม่ถึง เช่นเดียวกับหนังสือของเขาที่เขาถ่ายทอดปรัชญาชีวิตเสมือนกับคนที่ตกผลึกทางความคิดมาอย่างดี ในบรรดาหนังสือด้วยกันนั้น เล่มนี้เป็นเล่มที่ผมมักซื้อเป็นของขวัญให้คนเยอะที่สุดแหละครับ

4. The Long Tail

ในวันที่การตลาดดิจิทัลยังไม่สุกหง่อมและมีองค์ความรู้มากขนาดทุกวันนี้ หนังสือ The Long Tail น่าจะเป็นหนังสือเล่มแรกๆ ที่แสดงวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมว่า Digital Disruption จะทำลายกฏและสมการทางธุรกิจแต่เดิมได้อย่างไร แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเขียนมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่หัวใจสำคัญของหนังสือก็ยังคงใช้ได้อยู่เสมอโดยเฉพาะกับยุคดิจิทัลนี่แหละ

groundswell

5. Groundswell

ควบคู่มาในยุคเดียวกับ The Long Tail ก็คือหนังสือ Groundswell ที่ขึ้นหิ้งหนังสือที่อธิบายปรากฏการณ์ Digital Disruption กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี หนังสืออธิบายให้เห็นถึงความน่าสะพรึงของโลกดิจิทัลที่จะพลิกโฉมโลกธุรกิจที่เราคุ้นเคยกันไป แม้ว่าทุกวันนี้มันอาจจะดูเชยๆ ไปแล้วบ้าง (เพราะทุกคนก็คงเจอการเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วล่ะ) แต่ถ้าจะเข้าใจเรื่อง Digital Disruption ก็ควรเริ่มอ่านจากเล่มนี้เลย

6. The Dentsu Way

เวลาคนเอเยนซี่ถามกันว่าหนังสือการตลาดยุคใหม่เล่มไหนดี ผมมักจะแนะนำให้อ่าน The Dentsu Way เพราะมันไม่ใช่เรื่องของการตลาดดิจิทัลเฉยๆ แต่เป็นมุมมองและวิธีคิดลงไปที่แก่นของการตลาดโดนประสานเข้ากับความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ถอดระบบความคิดของทีมงาน Dentsu ลงไปในระดับชุดความคิดที่เป็นหัวใจ ไม่ใช่การมองแค่เทคนิคเฉยๆ ซึ่งนั่นสำคัญมาสำหรับนักการตลาดในยุคนี้เลยครับ

7. Advertising Transformed

แม้ว่าราคาจะค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับความหนาของหนังสือ แต่เนื้อหาของเล่มนี้เรียกได้ว่าจัดจ้านเอามากๆ อ่านแล้วอาจจะทำให้คุณรู้สึกต้องเปิดโลกการมองเรื่องการตลาดกันใหม่เลยทีเดียว เพราะ Advertising Transformed วิเคราะห์ให้เห็นจุดต่างและจุดเชื่อมของสิ่งที่เรียกว่า “โฆษณา” ในยุคก่อนและในวันที่มาถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งทำให้หลายๆ คนได้พบว่าเราไม่สามารถยึดติดกับชุดความคิดเดิมๆ ได้อีกต่อไปแล้ว หนังสือเล่มนี้อ่านจบแล้วคุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองโง่ลงไปเลยก็ได้ แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้คุณต้องกระหายความรู้มาเติมเต็มโดยเร็ว

8.How Brands Grow

หนังสือเล่มนี้ ลูกค้าของผมแนะนำให้อ่าน แถมเป็นหนังสือที่จะหามาอ่านก็โคตรยากเพราะไม่มีขายในไทย สั่ง e-Book ก็ไม่มี สุดท้ายต้องสั่งมาจากอังกฤษ แถมเนื้อหาก็ค่อนข้างยากระดับอ่านงานวิจัยกันเลยทีเดียว แต่เหตุผลที่ How Brands Grow ขึ้นชื่อมากเพราะมันเป็นหนังสือที่ท้าทายชุดความเชื่อการตลาดแบบเดิมๆ โดยเอาข้อมูลมาหักล้างกันเลยทีเดียว มันอาจจะทำให้คุณต้องทบทวนความเชื่อหรือเทคนิคเก่าๆ ว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่ และคุณควรจะเชื่ออะไรกันแต่ แต่ขอเตือนไว้อย่างครับว่าเล่มนี้อ่านยากจริงๆ (เป็นเล่มที่ผมใช้เวลาอ่านและทำความเข้าใจอยู่นานมากๆ)

9. The One Thing

แม้จะเป็นหนังสือใหม่ แต่ผมว่า The One Thing เป็นหนังสือประเภทพัฒนาตัวเองที่สร้างแง่คิดได้อย่างเฉียบแหลมเอามากๆ แก่นของหนังสือชัดเจนในเรื่องการจัดลำดับความสำคัญในชีวิต รวมทั้งการอธิบายเรื่องต่างๆ ที่มักจะมาทำให้คุณเชวหรือเปลี่ยนใจเวลาต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างจนนำไปสู่สถานการณ์จับปลาสองมือ (ซึ่งสุดท้ายคุณก็จะรู้ว่ามันไม่เคยได้ผลหรอก)

10. Start with Why

เป็นหนึ่งใน TED ที่ผมดูบ่อยที่สุด ดูหลายครั้งมาก และชอบมากๆ ซึ่งทำให้ผมซื้อหนังสือของ Simon Sinek มาอ่านต่อ แม้ว่าตัวหนังสืออาจจะพูดไปทำนองเรื่องภาวะผู้นำ แต่จริงๆ แล้ว Start With Why เป็นหนังสือที่พูดเรื่องแก่นของการสื่อสาร แก่นของการรับสาร แก่นของสิ่งที่สร้างความเชื่อให้กับคนเราอย่างน่าทึ่ง หลักการนั้นไม่ยากที่จะจำ แต่ถ้าคุณเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งแล้ว วิธีการสื่อสารที่คุณใช้ๆ อยู่ก็อาจจะเปลี่ยนไปเพราะความคิดจากหนังสือเล่มนี้นั่นแหละครับ

11. Steve Jobs

หนังในหนังสือชีวประวัติที่ผมว่าควรค่ากับการอ่านมากที่สุดเล่มหนึ่ง เพราะมันทำให้คุณได้เข้าใจวิถีของคนที่พยายามเปลี่ยนแปลงโลกจากวิสัยทัศน์ของเขา แน่นอนว่า Jobs ไม่ใช่ผู้นำที่ “ดี” เสียเท่าไร บางอย่างอาจจะเข้าขั้นแย่ หยาบคาย และเผด็จการเอามากๆ แต่ที่เราเห็นจากมุมมองหลายๆ อย่างตลอดตัวหนังสือคือการเห็นว่า Jobs นั้นมีความคิดและความเชื่ออันทรงพลังอยู่ไม่น้อย และต่อให้วิถีชีวิตของเขาจะประหลาดๆ หรือไม่น่าเอาอย่าง แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องหลายๆ เรื่องคุณก็ควรจะเรียนรู้และเอาอย่างจากเขาเช่นกัน

12. Eat That Frog

ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้ตอน COO ของบริษัทเก่าผมมาเล่าให้ฟังเรื่องทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ หลังจากที่ผมอ่านจบแล้วนั้น ผมก็เลยเข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็น Best Seller ของ Brain Tracy อยู่จนทุกวันนี้ เพราะหลักวิธีการทำตัวเองให้มีประสิทธิภาพ หยุดผลัดวันประกันพรุ่งจากหนังสือเล่มนี้นั้นง่าย ทำได้จริง และจะเปลี่ยนชีวิตของคุณได้เลย (ถ้าคุณเริ่มทำตามมันน่ะนะ)

13. Damn Good Advice

การเป็น Creative มักโดนหลายคนมองว่าติสต์ แต่ในความติสต์ของคนเก่งๆ เนี่ยแหละที่มีข้อคิดดีๆ เพียบ ซึ่ง Damn Good Advice ก็เป็นแบบนั้น เพราะมันเต็มไปด้วยแนวคิดสุดโต่ง บางทีก็อาจจะดูประหลาด แต่เชื่อเถอะว่ามันทำให้คุณฉุกคิดและอยากลองทำอะไรแบบนั้นบ้างไม่มากก็น้อย ถือเป็นการเปิดมุมความคิดคุณจากครีเอทีฟชื่อดังระดับโลกเลยนะครับ

14. Reinventing You

เป็นหนังสือที่ผมเห็นชื่อหนังสือน่าสนใจ แล้วพอพลิกอ่านๆ ไปแล้วก็พบว่ามันเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนที่อยากพลิกชีวิตการทำงานของตัวเองพอสมควร โดยหนังสือพูดเรื่องคนที่อยากจะเปลี่ยนสายงานแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไร มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงคนที่ตั้งคำถามประเภทว่าเราจะก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้อย่างดีเลย

rework

15. Rework

ถ้าคุณคิดว่าการทำงานของคุณทุกวันนี้มีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว การที่คุณอ่าน Rework อาจจะทำให้คุณได้คิดอีกแบบ และถ้าคุณคิดว่างานของคุณวันนี้มันยังไม่โดนใจคุณ (เสียที) หนังสือก็จะทำให้คุณเห็นว่าคุณควรเปลี่ยนความคิดอย่างไรให้สามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพได้นั่นแหละ

16. Steal Like An Artist

ไม่มีใครเป็นคน “ต้นฉบับ” มาแต่เกิด ทุกคนล้วนเรียนรู้และ “เลียนแบบ” จากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อน แต่คนเก่งๆ คือคนที่รู้ว่าการต่อยอดไอเดียและทำให้มันงดงามนั้นไม่ใช่เรื่องของการก๊อปปี้ ซึ่ง Steal Like An Artist ก็เป็นหนังสือที่พูดเรื่องนี้ได้ดีว่าคุณอาจจะไม่ใช่คนที่เก่งระดับอัจฉริยะ แต่ก็สามารถสร้างงานดีๆ ได้ถ้าคุณสามารถเรียนรู้และนำงานคนอื่นมาใช้เป็นฐานความคิดของตัวเอง

book_of_telent

17. The Little Book of Talent

หนังสือเล่มเล็กๆ แต่อัดแน่นด้วยเทคนิคสุดน่าจะทำตามอย่างยิ่งว่าทำอย่างไรถึงจะให้คนธรรมดาอย่างเราๆ ก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะได้ (มันก็อาจจะไม่ได้ขนาดนั้น แต่อย่างน้อยมันก็จะทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไปแน่นอนแหละนะ)

epic_content

18. Epic Content Marketing

ในบรรดาหนังสือ Content Marketing ด้วยกันนั้น ผมว่าหนังสือของ Joe Pulizzi น่าจะเป็นเล่มต้นๆ ที่ผมนึกถึง หลังจากที่เขาเกริ่นและเขียนมาบ้างในเล่มก่อนๆ Epic Content Marketing น่าจะเป็นการสรุปรวบรวมเนื้อเน้นๆ ของ Content Marketing โดยอิงจากสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เหมาะมากกับคนที่อยากหาหนังสือมาเรียนรู้เรื่อง Content Marketing เพิ่ม

19.The Heart of Change

แม้ว่าทุกๆ คนจะรู้ดีว่าชีวิตเราต้องมีการเปลี่ยนแปลง ธุรกิจ องค์กร ก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ แต่เชื่อเถอะว่าเอาจริงๆ แล้วหลายคนกลับพบว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ง่ายอย่างนั้น หนังสือ The Heart of Change ของ John Kotter เป็นหนึ่งเล่มที่ผมชอบมากเพราะมันแตกให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นจะมีกี่ขั้นตอน จะต้องมีรากฐานอย่างไร มันแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่จู่ๆ จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนก็ทำได้เสียเมื่อไร เรื่องนี้นักบริหารควรรู้อย่างมาก

mylife

20. ชีวิตนี้สำคัญนัก เพื่อประโยชน์สุขแก่วันข้างหน้า

เล่มสุดท้ายนี้ เป็นหนังสือพุทธศาสนาที่ผมว่าตกผลึกทางด้านพระธรรมอย่างมากพร้อมทั้งถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้าใจแสนจะง่ายดาย มันทำให้เรามองเห็นชีวิตของเราอย่าง “เข้าใจ”​ มากขึ้นกว่าเดิม และผมว่าเป็นหนังสือพระธรรมของอดีตสมเด็จพระสังฆราชที่ควรอ่านมากๆ ครับ

 

จริงๆ ผมว่าหลายๆ คนก็น่าจะรู้ว่าผมมีหนังสือในดวงใจอยู่อีกเยอะมาก ด้วยความที่ขยันอ่านหนังสืออยู่เสมอๆ ทำให้ลิสต์หนังสือผมมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์ ไว้ว่างๆ จะแนะนำอีกหลายๆ เล่มนะครับ