หลังจากที่ Facebook มีการปรับเปลี่ยนตัวเองอยู่บ่อยๆ และสร้างความปวดหัวให้กับเจ้าของเพจอย่างเช่นเรื่องการลด Reach ของบรรดาโพสต์ต่างๆ เลยทำให้เกิดคำถามว่าเจ้าของเพจจะทำอย่างไรดีเพื่อให้ Facebook ตัวเองยังมีประสิทธิภาพอยู่อย่างที่ควรจะเป็นหรือคาดหวังไว้

ในการตอบปัญหาเรื่องนี้นั้น ผมมักให้แนวทางง่ายๆ นั่นคือการทำ Facebook Optimization เบื้องต้น โดยแบ่งเป็น 3 อย่างดังต่อไปนี้

1. Audience Optimization

แน่นอนว่าการทำ Facebook Page นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของคุณเพื่อที่คุณจะสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้ การทำ Audience Optimization คือการตั้งโจทย์ง่ายๆ ว่า “ทำอย่างไรที่จะให้ Facebook Page (แบรนด์) ของคุณเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้” ซึ่งวิธีการของมันมีมากมายเช่น

  • การทำ Fan Acquisition ผ่านทางการทำแคมเปญ
  • การซื้อโฆษณาโปรโมตประเภท Like Page Ad
  • การทำ Targeting Boost Post
  • ฯลฯ

ทำการ Optimization นี้เพื่อที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เชื่อมต่อกับแบรนด์ของคุณ หรือรู้จักคุณ เป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณจริงๆ และมีแนวโน้มที่จะปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมต่างๆ ของคุณบนโลกออนไลน์ต่อไป ทั้งนี้เพราะยิ่ง Facebook จำกัดการเข้าถึงคนมากขึ้นเท่าไร คุณยิ่งต้องพยายามมั่นใจให้ได้ว่าแม้คนจะน้อยลง แต่พวกเขาก็ควรจะเป็นกลุ่มคนที่เป็น Target จริงๆ และจะยิ่งดีมากถ้าคุณสามารถเน้นกลุ่ม Audience ของคุณให้เป็นกลุ่ม Active User มากกว่าแค่ Lurker ได้

2. Content Optimization

หลังจากคุณพยายามจัดการกับกลุ่มเป้าหมายของคุณแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการจัดการคอนเทนต์ของคุณให้ได้ “คุ้มค่า” ที่สุด ส่วนนี้หลักๆ คือการออกแบบ Content Strategy ให้รัดกุม และหวังผลได้มากที่สุดแทนที่จะทำคอนเทนต์แบบหว่านและไร้เป้าหมาย ทั้งนี้คุณต้องไม่ลืมว่ายิ่งคนมีโอกาสเห็นคอนเทนต์ของคุณน้อยเท่าใด ทุกครั้งที่เขาเห็นคอนเทนต์นั้นๆ ก็ควรจะมีการ “จดจำ” หรือ “เข้าถึง” คอนเทนต์มากกว่าแค่ผ่านๆ ตาไปเฉยๆ

การทำ Content Optimization มีหลากหลายวิธีและเทคนิคมาก ตั้งแต่การเลือกใช้รูปแบบคอนเทนต์ที่เหมาะสม (อย่าลืมว่าฟอร์แมตของคอนเทนต์ที่ต่างกันก็ได้ผล Reach ที่ต่างกัน) การเลือกระยะเวลา เนื้อหา หรือแม้แต่การทำ Targeting Reach ด้วย

3. Media Optimization

การซื้อโฆษณาช่วยโปรโมตคอนเทนต์นั้นแม้จะมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นมาหลังจากที่ Facebook พยายามหารายได้และบีบ Reach แต่เอาจริงๆ แล้วผมว่ามันก็เป็นธรรมชาติของธุรกิจ ซึ่งอันที่จริงเราก็สามารถใช้ฟรีต่อไปได้แต่มีข้อจำกัด การใช้สื่อโฆษณาประเภทต่างๆ นั้นก็มีส่วนช่วยในการโปรโมตตัวเพจหรือตัวคอนเทนต์ให้คนรู้จักและมาติดตามมากขึ้นไปด้วย นอกจากนี้การใช้โฆษณาโปรโมตดีๆ ก็จะอาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีในการสร้าง Reach อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ (อย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างในบล็อกก่อนหน้านี้)

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ผมมักจะบอกคนดูแลเพจเสมอว่าควรเริ่มมีการเตรียมงบสำหรับการซื้อโฆษณาระดับหนึ่งเพื่อที่จะสามารถใช้งบก้อนนั้น “ดัน” หรือ “หนุน” เพจของคุณในบางจังหวะที่กำลังอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” หรือ “ประครอง” ไม่ให้ตัวเพจหายไป (เพราะถ้ามันดรอปลงไปแล้ว โอกาสจะกู้คืนให้กลับมาแบบเดิมนั้นไม่ง่ายเลยครับ)

facebook_optimization.001

การทำ Facebook Optimization 3 อย่างนี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่ผมว่าคนดูแลเพจควรเริ่มต้นคิดได้แล้วว่าจะสถานการณ์ของเราอยู่จุดไหนและจะทำให้ดีขึ้น (หรือทำให้ประครองไม่ทรุดไปกว่าเดิม) ได้อย่างไร ยังมีเรื่องราวการทำ  Optimization อีกเยอะที่วันหลังผมคงหยิบมาเล่าสู่กันฟัง รอติดตามกันนะครับ

ภาพจาก http://blackboxsocialmedia.com/