เวลาที่ต้องบรรยายเรื่อง Design Thinking หรือ Innovation นั้น ก็จะมีคำถามกันบ่อยๆ ว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมท่ีถูกสร้างขึ้นมานั้นประสบความสำเร็จ ถ้าเราจะพัฒนาสินค้าหรือบริการใดๆ ออกมานั้น จะรู้ได้อย่างไรว่ามันจะเวิร์ค

เรื่องนี้เองถ้าอ่านหนังสือพวก Design Thinking / Innovation เยอะๆ นั้นก็จะเห็นลักษณะร่วมบางอย่างซึ่งมักสรุปกันว่าพื้นฐานของการพัฒนาไอเดียและนวัตกรรมต่างๆ ให้นั้นจะเกิดขึ้นจากปัจจัยสำคัญ 3 อย่างคือ

  1. Desirable (เป็นที่ต้องการ)
  2. Viable (ทำเป็นธุรกิจได้จริง)
  3. Feasible (ทำได้จริง)

Desirable: ผู้บริโภคต้องการ

เราจะเห็นว่าหลายๆ ไอเดียขอนวัตกรรมอาจจะฟังดูว้าว ดูน่าทึ่ง แต่พอออกสู่ตลาดจริงกลับล้มคว่ำ ขายไม่ออก ส่วนหนึ่งก็เพราะไอเดียเหล่านั้นไม่ได้เป็นที่ต้องการของคน สินค้าหรือบริการนั้นๆ ไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ผู้บริโภคประสบปัญหาอยู่ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนั้นส่วนใหญ่เพราะผู้พัฒนาสินค้านั้นคิดแต่เรื่องของตัวเองมากกว่าเรื่องของลูกค้า จนทำให้สิ่งที่ทำออกมานั้นไม่ได้ตอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ เวลาทำ Design Thinking จึงมักจะเริ่มจากส่วนนี้เป็นสำคัญ เพราะไอเดียที่ดีนั้นต้องเริ่มจากการที่ว่าไอเดียนั้นแก้ปัญหาได้ เป็นที่ต้องการจริงๆ

Viable: ทำเป็นธุรกิจได้จริง

ตรงนี้อาจจะอธิบายกันง่ายๆ ว่าไอเดียที่ว่าสามารถเอาไปดำเนินการเป็นธุรกิจได้ สามารถทำรายได้ สร้างกำไรได้ หรือต่อให้เป็นค่าใช้จ่ายแล้วก็เข้าข่ายว่าคุ้มค่า ไม่ใช่ถึงขั้นว่าทำแล้วเจ๊ง ทำไม่ได้จริงด้วยเหตุผลทางธุรกิจเช่นงบประมาณไม่ได้ ต้นทุนสูงไป ฯลฯ

เรื่องนี้ก็เลยเป็นที่มาว่าหลังจากทำไอเดียกันเสร็จแล้ว ก็ต้องไปเอาทำ Business Model กันต่อว่าไอเดียนั้นสามารถทำให้เกิดธุรกิจขึ้นมาจริงๆ ได้หรือเปล่า? หรือถ้าจะทำนั้นจะต้องมีโมเดลแบบไหน? สร้างรายได้อย่างไร? ยั่งยืนไหม? เป็นต้น

Feasible: ทำได้จริง

นอกจากเรื่องไอเดียนี้เข้าท่าเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ทำธุรกิจได้จริงแล้ว สิ่งที่สำคัญต่อมาคือสามารถทำได้จริง ดำเนินการได้จริง ซึ่งเรื่องนี้ก็จะโฟกัสไปเรื่องเทคโนโลยี หรือกระบวนการดำเนินการต่างๆ ว่าสามารถทำได้มากน้อยขนาดไหน

เราจะเห็นเคสของหลายๆ ธุรกิจที่ตอนเป็นไอเดียก็ว้าว มีคนพร้อมซื้อ ขายได้แน่นอน แต่พอไปดำเนินการผลิตจริงกลับเจอปัญหาด้านเทคโนโลยีจนผลิตไม่ได้ หรือผลิตออกมาแล้วไม่ได้ตามที่ไอเดียนำเสนอไว้ (ซึ่งจะเห็นกันบ่อยๆ ในกรณีของ Kickstarter นั่นแหละครับ) และนั่นทำให้เรื่องนี้กลายเป็นอีกประเด็นที่จำเป็นมากเวลาคิดเรื่องนวัตกรรมต่างๆ

ที่กล่าวมานี้คือ 3 เงื่อนไขหลักๆ ที่เราจะเห็นว่านวัตกรรมที่เวิร์ค ประสบความสำเร็จก็ล้วนจะเข้าข่ายที่ทำสามอย่างนี้ได้ดี ส่วนนวัตกรรมที่พลาด หรือไม่เป็นที่นิยมอย่างที่คิดก็มักจะผิดพลาดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนั่นเองแหละครับ