เรื่องของการทำงานแบบไม่ Productive หรือบางทีก็เจอภาวะที่ทำให้เราเอ้อระเหยก็เป็นอีกสิ่งที่เรามักจะประสบกันบ่อยๆ แม้แต่ตัวผมเองที่ทำงานเยอะ หรือมีเรื่องมากมายต้องทำก็ยังมีช่วงเวลาที่บางทีรู้สึกไม่มีอยากทำอะไรและปล่อยให้ตัวเองหมดเวลาไปกับการเล่น Facebook หรือเปิดเว็บโน่นเว็บนี่ทั้งที่ควรจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

จะว่าไปมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับเพราะหลายๆ ทีความเหนื่อยล้าของเราก็ทำให้เราปล่อยตัวเองไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยไม่รู้ตัวหรือบางทีเราก็เกิดความคิดประเภท “เอาน่ะ พักสักแป๊ป” เลยหยุดการทำงานของเราเอาไว้ก่อน

และเอาจริงๆ ผมว่ามันก็คงไม่ใช่ที่เราจะต้องทำงานแบบโหมดซุปเปอร์มนุษย์เงินเดือนกันตลอด 8-10 ชั่วโมงที่อยู่ในออฟฟิศกันด้วย

พอเป็นแบบนี้ เรามาลองสร้างเทคนิคบางอย่างให้เราสามารถทำงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วงเวลาที่ทำให้งานของเราสะดุดกันดีกว่า

1. สร้างช่วงเวลาที่ไร้สิ่งรบกวน

ทุกวันนี้เรามีสิ่งรบกวนในแต่ละวันมากขึ้นทุกวัน ไหนจะมือถือ เว็บไซต์ อีเมล์ ฯลฯ และสิ่งเหล่านี้ล้วนจะมีแต่ดึงสมาธิและความสนใจเราไปมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงหลังๆ มานี้ผมเริ่มมีการตั้งโหมด No Distrub ในมือถือประเภทไม่ขอรับสายโทรศัพท์ ไม่มีการเด้งเตือนอีเมล์ ไม่มี Chat LINE เด้งมากวน แล้วใช้ช่วงเวลานั้น (ซึ่งประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง) อยู่กับงานตรงหน้าแบบเต็มๆ

แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างจะตึงอยู่ไม่น้อย แต่เอาจริงๆ การทำงานประเภทมีช่วงเวลาที่ Productive และสมาธิแค่ 1 ชั่วโมงก็สามารถทำให้เราเคลียร์งานไปได้เยอะมากโขทีเดียวเชียวล่ะครับ

2. ปิด Notification หลายๆ อย่างระหว่างทำงาน

นอกจากสร้างช่วงเวลาที่คุณจะโฟกัสกับงานสุดๆ ไปแล้ว อีกอย่างที่คุณอาจจะทำได้คือการปิดบรรดา Notification ที่ไม่จำเป็นจากหน้าจอมือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณเสีย แล้วตั้งระบบประเภทเราจะเช็ค LINE ตอนกี่โมง จะเช็คอีเมล์ทุกๆ 1 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้บรรดา Notification ที่โผล่มาตามขอบจอนั้นดึงสมาธิของคุณไป ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าบรรดาสิ่งที่เข้ามาเหล่านี้มักจะแทรกความคิดที่กำลังไหลอยู่ของคุณและพร้อมจะดึงคุณไปอย่างรวดเร็ว

3. ทำและโฟกัสที่ To-do-list

เหตุผลที่หลายๆ คนมักบอกให้เราทำ To-do-list อยู่เสมอก็เพราะมันช่วยให้เราเห็นได้ว่าต้องทำอะไรและไม่ต้องทำอะไร ในหลายๆ ครั้งที่ระหว่างวันเราจะเจอช่วงเวลาประเภท “ทำอะไรต่อไปดี?” หรือ “มีอะไรต้องทำอีกหรือ?” ซึ่งพอเป็นแบบนั้นก็จะทำให้เรารู้สึกอยากหยุดพัก อยากแว่บไปทำอย่างอื่นบ้าง การทำ To-do-list จึงช่วยค่อนข้างมากในการทำให้คุณเห็นว่าคุณยังมีงานที่ต้องทำอะไรในแต่ละวันรวมไปถึงโปรเจคอื่นๆ ที่คุณถืออยู่ ซึ่งมันจะทำให้คุณตื่นตัวและยังอยู่กับงานมากกว่าจะเผลอหลุดสมาธิไปเสีย