โจทย์ที่ผมมักจะได้รับบ่อยๆ จากลูกค้าคือทำอย่างไรถึงจะทำให้สินค้า / ธุรกิจของเขา “น่าสนใจ” บน Social Media ซึ่งส่วนมากก็มักหวังพึ่งไปทางคอนเทนต์เสียเป็นส่วนใหญ่

อันที่จริงแล้วการทำให้แบรนด์ดูน่าติดตามนั้นเกิดขึ้นจากหลายๆ สาเหตุซึ่งก็มีสูตรที่หลากหลาย แบรนด์ที่มี “วัตถุดิบ” เยอะก็ย่อมจะได้เปรียบกว่าคนอื่นเสียหน่อย แต่ก็ใช่ว่าแบรนด์ที่ดูไม่มีอะไรเลยจะทำให้ตัวเองน่าสนใจไม่ได้ ในทางกลับกัน ต่อให้เป็นแบรนด์ใหญ่แต่เรื่องมาก ข้อจำกัดเยอะ ก็จะกลายเป็นว่าน่าเบื่อเอาได้เช่นกัน

วันก่อนผมไปเจอ Infographic ที่สรุปเคสน่าสนใจของธุรกิจที่ดูน่าเบื่อแต่กลับทำให้ตัวเองดูน่าสนใจบนโลก Social Media ได้ ซึ่งทาง WhoIsHostingThis ได้รวบรวมเอาไว้ ผมจะขออธิบายตามพอสังเขปดังนี้นะครับ

1. ใช้อารมณ์ขันในการสร้าง Shareable Content

อารมณ์ขันมักเป็นคุณลักษณะสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์ถูกพูดถึงและบอกต่อ (เป็นหนึ่งในประเภทคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอันหนึ่งด้วย) อย่างกรณีของ BodyForm ซึ่งเป็นสินค้าสำหรับผู้หญิงที่บังเอิญมีหนุ่มคนหนึ่งมาตั้งคำถามว่าทำไมสินค้าผู้หญิงถึงมักสร้างภาพให้ผู้หญิงดูมีความสุขในช่วงประจำเดือน (โพสต์ดังกล่าวมีคนอ่าน กดไลค์ และคอมเมนต์มากมาย)

Screen Shot 2557-03-09 at 4.01.51 PM

หลังจากโพสต์ดังกล่าว CEO ของ BodyForm ก็เลยทำคลิปวีดีโออกมาตอบคำถามดังกล่าว ซึ่งเป็นคลิปที่แฝงด้วยครีเอทีฟและอารมณ์ขันพอสมควร ผลก็คือคลิปนี้ได้รับการดูไปมากกว่า 5.4 ล้านวิว

หรืออย่างในกรณีของประกันภัย Allstate ที่สร้างตัวละคร Mayhem ที่จะคอยมาอธิบายว่าสถานการณ์ใดบ้างที่ประกันภัยจะช่วยคุณได้ โดยทำออกมาเป็น Video Content มากมายซึ่งดูสนุก เพลิดเพลินเอาทีเดียว รวมทั้งไปพูดคุยกันในช่องทางอื่นๆ อีก ปัจจุบัน Twitter Account ของ Mayhem นี้มีคนตามมากกว่า 55,000 คนเข้าไปแล้ว

Screen Shot 2557-03-09 at 3.43.45 PM

2. สร้าง Social Media Campaign ที่น่าสนใจ

Tampax ซึ่งเป็นผ้าอนามัยแบบสอดออกแคมเปญบน Facebook  และ Twitter เพื่อเชิญชวนให้ผู้หญิงยังคงแอคทีฟแม้อยู่ในช่วงประจำเดือน โดยให้ผู้หญิงถ่ายภาพตัวเองขณะที่กำลังแอคทีฟแล้วแชร์ ผู้ชนะโหวตในแต่ละอาทิตย์จะได้รับเงินรางวัลและ Tampax สำหรับใช้ตลอดหนึ่งปี

960187_10152067176579090_975093042_n 1378014_536939316388765_968591934_n

3. อย่าโฟกัสไปที่การขายของ

จริงอยู่ว่า Social Media มักถูกมองว่าเป็นช่องทางการโฆษณาหรือนำเสนอโปรโมชั่นหลังจากที่มีคนมากดไลค์หรือกด Follow แล้ว แต่สิ่งที่หลายๆ แบรนด์ทำคือการให้ความสนใจในเรื่องการสร้างปฏิสัมพันธ์หรือทำให้คนอยากเข้ามาพูดคุยด้วยมากกว่า

อย่างกรณีของ Staples ซึ่งขายสินค้าออฟฟิศนั้นใช้ช่องทาง Twitter ในการพูดคุยกับคนที่เป็นลูกค้าและ Follower โดยไม่ได้เน้นแต่เรื่องการขายของแต่อย่างใด หากแต่เน้นการพูดคุยแบบอารมณ์ขันและสร้างบทสนทนาเป็นหลัก

3 เทคนิคดังกล่าวอาจจะไม่ใช่เรื่องยากนักถ้าจะทำ ก็ลองเอาไปคิดกันสนุกๆ ว่าคุณจะสามารถเล่นอะไรกับ Social Media ของคุณได้นะครับ

fEUH6WL