วันนี้ผมไปขึ้นเวที “มหกรรมความรู้” ของ OKMD แล้วมีคำถามหนึ่งระหว่างการเสวนาว่าอะไรคือปัจจัยของการก้าวไปสู่ความสำเร็จหรือทำอะไรให้ได้อย่างที่หวังไว้ (แม้ว่าอันที่จริงทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ได้มองว่าผมสำเร็จอะไรหรอกนะ)

สำหรับผมเอง ผมได้ให้คำตอบไว้ว่าโดยปรกติแล้ว การจะประสบความสำเร็จหรือทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ได้นั้น ควรจะมีสิ่งสำคัญ 3 อย่างด้วยกัน

1. เป้าหมาย (Goal)

ว่ากันง่ายๆ คือถ้าเรายังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว มันก็คงยากที่จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร หรือจะทำอะไร สิ่งที่ผมมักจะเห็นหนังสือพัฒนาตัวเองหลายๆ เล่มพูดเสมอคือการที่เราควรมีเป้าหมายของตัวเองที่ชัดมากๆ สำหรับหลายคนนั้นจะมีภาพที่เรียกว่าฝังความคิดตัวเองไว้เลยว่าตัวเองจะต้องไปถึงจุดไหน ความฝันที่ตั้งไว้คืออะไร เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่อะไรก็ได้นะฮะ อาจจะเป็นการได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากได้เป็นผู้บริหาร อยากเขียนหนังสือสักเล่ม ฯลฯ (อย่างผมเองก็เช่นการจะเป็น Digital Marketing Trainer / Consultant ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง)

2. แผน (Plan)

หลังจากเรามีเป้าหมาย สิ่งที่ตามมาคือการตีเป้าหมายนั้นออกมาให้กลายเป็นแผนกลยุทธ์ว่าเราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร การมีเป้าหมายแต่ทำอะไรไปเรื่อยๆ โดยไร้ทิศทางก็ย่อมยากจะที่ทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ คนประสบความสำเร็จมักจะมีแผนการที่ดี บอกได้ว่าตัวเขานั้นจะสามารถไปถึงเป้าหมายได้ด้วยวิธีดี ต้องมีขั้นตอนอย่างไร ต้องมีอะไรบ้าง (และแน่นอนว่าจะมีแผนต่ออีกถึงวิธีที่ได้สิ่งเหล่านั้นมา) การวางแผนที่จับต้องได้ และดำเนินการตามแผนไว้ย่อมทำให้โอกาสไปสู่ความสำเร็จนั้นสูงขึ้น ยิ่งถ้าวางแผนกันละเอียดๆ แล้วล่ะก็ มันก็จะยิ่งทำให้เพิ่มความเป็นไปได้มากขึ้นไปอีก ลองนึกกันดูง่ายๆ ก็ได้ว่าการสร้างบ้านแต่ละหลังดูเป็นเรื่องยากและซับซ้อน แต่คนสร้างบ้านจะมีการวางแผนไว้ว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลัง จะต้องมีวัสดุอะไรบ้าง แต่เมื่อดำเนินการไปเรื่อยๆ มันก็ประกอบกันจนกลายเป็นบ้านที่เราเคยคิดว่าทำได้ยากนั่นแหละครับ

3. อดทน (Grit)

ผมมักพูดเสมอว่าการไปถึงเป้าหมายนั้นฟังดูเหมือนจะง่าย แต่พอลงมือทำจริงๆ แล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายๆ คนบอกเสียเมื่อไร เราฟังเรื่องราวแรงบันดาลใจจากคนเก่งๆ มาก็เยอะ แต่พอเจอกับสถานการณ์จริงๆ ที่ต้องพบกับความล้มเหลว ความผิดพลาด การที่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน การที่ต้องเหนื่อย ต้องท้อ สิ่งเหล่านี้คือ “ความจริง” ที่ไม่ใช่เรื่อง่ายหากจะต้องเผชิญ ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ความอดทนหรือบางทีผมก็มักเรียกว่า “ลูกบ้า” จึงเป็นสิ่งสำคัญอยู่เหมือนกันในการพลักให้ตัวเองเดินหน้าต่อ เป็นแรงใจที่ให้กัดฟันลุกขึ้นยืนหรือต้องทนกับแรงปะทะจากหลายๆ สิ่งที่เราไม่ได้ควบคุมมัน ซึ่งหากขาดแรงมุมานะนี้แล้ว หลายๆ คนก็จะถอดใจและล้มเลิกกันกลางคันได้

 

เอาจริงๆ ปัจจัยความสำเร็จมันก็ยังมีอีกหลายอย่าง 3 ข้อข้างต้นเป็นแง่คิดง่ายๆ ที่ผมฝากไว้บนเวทีสัมนาโดยผมลองถอดจากบทเรียนชีวิตของผมเอง บางคนอาจจะมีเป้าหมายที่ชัดแต่ก็ไม่มีแผน ทำให้เสียเวลาและอาจจะหลงทางจนไปไม่ถึงฝั่งฝัน บางคนมีทั้งเป้าหมายมีทั้งแผน แต่พอเจอปัญหาเข้าหน่อยก็ท้อ ล้มเลิก หรือไม่ก็ถูกดึงดูดให้เขวไปด้วยสิ่งต่างๆ เรื่องราวเหล่านี้หากมองดูแล้วมันก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นๆ และเคยเห็นกันอยู่บ่อยๆ

ก็ถือว่าเป็นแง่คิดที่เอามาฝากกันในวันนี้นะครับ :)