การทำงานให้เกิด Productivity เป็นเรื่องที่หลายๆ คนล้วนอยากให้เกิดขึ้น แต่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นง่ายๆ เสียเมื่อไรโดยเฉพาะกับยุคปัจจุบันซึ่งเรามักมีสิ่งกวนใจและทำให้เราหลุดจากโฟกัสที่ตั้งใจไว้อยู่บ่อยๆ แม้ว่าคุณจะพยายามออกไปอยู่สันโดษแล้วก็ตาม

ในทุกวันนี้ สิ่งที่จะมากวนและทำให้คุณเขวนั้นมากมายขึ้นเรื่อยๆ คุณเลยอาจจะจำเป็นต้องการกลยุทธ์มาช่วยจัดการตัวคุณมากขึ้น อย่างที่บล็อกของ Entrepreneur ลองสรุปไว้ 3 อย่างตามด้านล่างนี้เลยครับ

1. สร้างช่วงเวลาที่ “ไร้สิ่งกวนใจ” ในตารางการทำงานของคุณ

เอาจริงๆ มันคงเป็นเรื่องยากถ้าคุณจะให้ทั้งวันของคุณไม่ต้องสุงสิงกับใคร ไม่ต้องติดต่อกับใคร ประเภทตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลย มันเลยออกจะสะดวกกว่าถ้าคุณใช้วิธีกำหนดเวลาสัก 20-30 นาทีในแต่ละวันที่คุณจะเก็บมือถือ ไม่รับโทรศัพท์ ไม่เช็คอีเมล์ ไม่คุย LINE ไม่เช็ค Facebook ฯลฯ แล้วสนใจอย่างเดียวคืองานที่อยู่ตรงหน้าคุณ แม้อาจจะฟังดูยาก แต่เชื่อเถอะครับว่า 20-30 นาทีนั้นถ้าคุณจดจ่อกับงานที่คุณตั้งใจแล้วล่ะก็ มันเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าแถมจะได้ “งาน” มากเลยทีเดียวเชียว

2. หาให้เจอว่าช่วงเวลาไหนที่คุณจะสามารถทำงานแบบ Productive ได้อย่างดีและเป็นธรรมชาติ

David Rock ซึ่งเขียนหนังสือเกี่ยวกับสมองของมนุษย์บอกว่าคนเราทั่วไปนั้นจะสามารถมีสมาธิและโฟกัสกับสิ่งที่ต่างได้ประมาณ 6 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ มันเลยค่อนข้างจะสำคัญที่คุณจะใช้เวลาดังกล่าวให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งมันเลยจำเป็นที่คุณต้องศึกษาพฤติกรรมตัวเองให้ได้ว่าปรกติแล้วคุณจะสามารถโฟกัสกับงานได้ในช่วงเวลาไหนของวัน

สำหรับบางคนนั้น พวกเขาจะสามารถมีสมาธิกับงานได้ดีที่สุดในช่วงเช้าตรู่ และบางคนก็จะเป็นช่วงดึก (และเอาจริงๆ คนส่วนมากมักจะอยู่ช่วงดึกเพราะมันไร้คนมากวน) ซึ่งนั่นหมายความว่าช่วงเวลาระหว่างวันที่เราทำงานในออฟฟิศนั้นไม่ใช่เวลาที่จะ Productive สักเท่าไร พอเป็นเช่นนี้แล้ว David Rock เลยแนะนำว่าให้ดูว่าช่วงเวลาไหนที่คุณจะสามารถโฟกัสได้มากที่สุดแล้วเอางานที่ยากที่สุดไปทำตอนนั้นแม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวอาจจะอยู่นอกเหนือเวลาทำงานทั่วๆ ไปก็ตาม (ส่วนตัวผมแล้ว ผมจะชอบเอางานยากๆ มาทำในช่วงสุดสัปดาห์ที่ร้านกาแฟ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมทำงานได้ Productive กว่าปรกติเสียด้วยซ้ำ)

3. พยายามเลิกนิสัยเหล่านี้เสียที

นิสัยผลัดวันประกันพรุ่งหรือมักหลุดสมาธิเวลามีอะไรมาดึงความสนใจนั้นเป็นสิ่งที่เป็นกันแทบทุกคน ส่วนหนึ่งเพราะสิ่งเหล่านี้เป็นหนึ่งในกลไกที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น หรือรู้สึกผ่อนคลาย ตัวอย่างเช่นคุณกำลังทำงานยุ่งๆ อยู่ คุณก็มักจะหาข้ออ้างในการเช็ค Facebook โดยบอกว่า “ขอคลายเครียดแป๊ปนึง”

พฤติกรรมการหลีกตัวเองออกจากงานที่กำลังทำอยู่จึงเป็นเสมือนนิสัยเสียอย่างหนึ่งที่กลายเป็นสิ่งที่คุณทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว วิธีที่จะเปลี่ยนตัวเองได้ผลที่สุดก็คือการเลิกนิสัยแบบนี้ หัดบอกตัวเองว่างานของคุณไม่ได้จะเสร็จเร็วขึ้นหรือดีขึ้นได้เพราะคุณอารมณ์ดีจากการไปเม้าท์กับเพื่อนหรือตรวจ News Feed แต่อย่างใด

 

3 อย่างนี้น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่ทำให้คุณพอจะเปลี่ยนวิถีการทำงานของคุณให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ ยังไงก็ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ

 

ภาพจาก: Flickr