ไหนๆ เราก็จะเข้าปีใหม่กันแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงมานั่งเตรียมแผนกันว่าจะต้องทำอะไรในปีหน้า มีอะไรที่ต้องคิดและเตรียมการไว้ก่อนไหม อะไรบ้างที่จะต้องตัดทิ้งไปบ้าง ฯลฯ ซึ่งการเตรียมแผนดังกล่าวไว้แต่เนิ่นๆ นั้นก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรที่เราจะมั่นใจกันได้ว่าเราคิดและมองโดยรอบแล้ว?

เรื่องนี้เองก็มักเป็นปัญหาเวลาทำแผนงานของหลายๆ บริษัทอยู่ไม่น้อย คือการโฟกัสว่าเรา “จะทำอะไร” โดยไม่ได้สนใจหรือมองเรื่องอื่นไว้ด้วย เลยทำให้แผนธุรกิจมันดูไม่เข้าทีสักเท่าไร

พอเป็นเช่นนั้น เรามาลองใช้หลัก 3C ในการเข้าใจธุรกิจและสามารถวางแผนที่เป็นหลักการมากขึ้นได้กันดูนะครับ

3C Business Analysis

Company

C ตัวแรกก็คือตัวองค์กรของเราเอง โดยให้เราสำรวจและเข้าใจธุรกิจของเรา ณ ปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง เช่น

  • สินค้าและบริการของเราคืออะไร?
  • จุดแข็งจุดอ่อนคืออะไร?
  • กระบวนการผลิตของเราเป็นอย่างไร?
  • ปีหน้าเราวางแผนจะปรับปรุงพัฒนาสินค้าอย่างไร?
  • ปีหน้าเรามีแผนจะออกอะไรใหม่หรือไม่?

หรือถ้าจะพูดง่ายๆ แล้วก็คือการรู้ตัวเอง รู้ว่าศักยภาพตัวเองคืออะไร จุดอ่อนหรือปัญหาสำคัญของธุรกิจคืออะไร

Customer

ตัวที่สองก็คือการเข้าใจลูกค้าของเราให้ดี เรียนรู้และมองเห็นพฤติกรรมของลูกค้าว่าเขาคิดอะไร ทำอะไรกันบ้าง

  • ลูกค้าของเรามีกี่กลุ่ม?
  • แต่ละกลุ่มมีขนาดเท่าไร?
  • ปีหน้าแต่ละกลุ่มจะเพิ่ม/ลด หดตัว/ขยายตัว อย่างไร?
  • เราจะมีลูกค้ากลุ่มใหม่หรือไม่?
  • ลูกค้าแต่ละกลุ่มมาซื้อสินค้าเพราะอะไร?
  • อะไรคือสิ่งที่ประกอบการตัดสินใจของพวกเขา?
  • อะไรคือกระบวนการซื้อสินค้าของพวกเขาฯลฯ?

ซึ่งการเข้าใจ Customer นี่เองที่จะบอกคุณได้ว่าคุณควรจะทำอะไรต่อไปด้วย เช่นควรจะย้ายเงินไปทำ Instagram มากขึ้นไหม หรือจะต้องไปทำ Tiktok หรือเปล่า เป็นต้น

Competitor

คนที่สามที่เราต้องรู้จักให้ดีเช่นกันคือคู่แข่งในท้องตลาดว่ามีใครบ้าง แต่ละคนมีศักยภาพอย่างไร เพื่อจะได้ประเมินได้ว่าคุณจะต้องไปสู้รบแบบไหน ต้องเตรียมตัวอะไรไปสู้กันบ้าง

  • คู่แข่งของเราทั้งทางตรง/ทางอ้อมมีใครบ้าง?
  • จุดแข็งของคู่แข่งเราคืออะไร?
  • จุดอ่อนของคู่แข่งเราคืออะไร?
  • คู่แข่งเรามีแนวโน้มจะปรับแผนหรือเดินกลยุทธ์อย่างไร?
  • คู่แข่งเรามีลูกค้าเยอะขนาดไหน? แย่งมาจากเราหรือเปล่า?

จะเห็นว่าโมเดล 3C นั้นสามารถทำให้เราเข้าใจคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเราแบบพื้นฐานที่จำเป็นได้ดี ซึ่งตัวอย่างคำถามที่แนะนำไว้นั้นเป็นสิ่งที่เราควรจะรู้และมองเห็นเพื่อจะได้นำไปใช้วางกลยุทธ์ต่อไปว่าธุรกิจเราควรจะเดินไปทางไหน จะโฟกัสอะไร ลดบทบาทของอะไรนั่นเองล่ะครับ