ชีวิตของเราแต่ละคนนั้นมีเรื่องราวและสิ่งที่ต้องทำมากมายหลายอย่างจนทำให้เรามักบ่นกันบ่อยๆ ว่าชีวิตยุ่งจนเกินกว่าจะได้ทำอะไรใหม่ๆ แม้ว่าลึกๆ แล้วเราก็อยากได้ทำสิ่งอื่นที่ต่างออกไปบ้าง หรือบางทีก็อยากพัฒนาตัวเองเพื่อจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

อันที่จริงแล้ว ไอ้ความยุ่งเหยิงของชีวิตเนี่ยมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะทุกๆ คนมักจะเจอเหตุการณ์รอบตัวรวมทั้งสิ่งต่างที่ต้องทำในแต่ละวันกันเยอะพอสมควรและนั่นทำให้เราพลาดโอกาสจะได้ทำสิ่งที่ “ควรจะทำ” ไปพอสมควร

แล้วเราจะทำอย่างไรให้มันดีขึ้นได้ล่ะ? หนังสือพัฒนาตัวเองส่วนใหญ่จึงมักพยายามบอกให้เราจัดระเบียบชีวิตตัวเองให้ได้ เพื่อจะสามารถก้าวไปสู่ความก้าวหน้าหรืออนาคตที่ดีกว่าเดิมได้ ซึ่งถ้าจากประสบการณ์ของผมและที่อ่านๆ มานั้น มันพอจะสรุปเป็น 4 ขั้นตอนที่เราควรจะทำดังนี้ล่ะครับ

1. เลือกว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

ขั้นตอนแรกๆ ที่ถูกพูดถึงเสมอคือการให้เราสำรวจตัวเองกันเสียก่อนว่าทุกวันนี้เราใช้เวลากับอะไรไปบ้าง อะไรที่เราใช้เวลาเยอะกับมัน อะไรที่กินเวลาเราไปในแต่ละวัน รวมทั้งให้คะแนนความสำคัญของมันด้วยว่ามากน้อยแค่ไหน สัมพันธ์กับเวลาและพลังที่ใช้กับมันไปหรือไม่ ขั้นตอนนี้สำคัญตรงที่มันทำให้เราได้เห็นว่าจริงๆ เรามีอะไรที่ทำเยอะกว่าจำเป็นหรือไม่ ทำอะไรที่ได้ประโยชน์กับตัวเราจริงๆ เท่าไร

2. กล้าตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป

แม้ว่าจะผ่านขั้นตอนแรกมาแล้ว แต่หลายๆ ครั้งเราก็ยังเลือกจะทำบางสิ่งที่ไม่ได้ประโยชน์หรือไม่ได้จำเป็นต่อไปด้วยเหตุผลต่างๆ นานา (ซึ่งหลายๆ ทีก็เป็นเหมือนข้ออ้างให้กับตัวเองเช่น อยากพักผ่อน อยากสบายใจ ฯลฯ) และนั่นทำให้เราต้องมาถึงจุดที่ต้องกล้าตัดหรือลดบางอย่างที่เราเห็นแล้วว่าไม่ได้จำเป็นออกไป อย่าลืมว่าการที่เราต้องแบกสัมภาระมากๆ ไปก็จะกลายเป็นภาระให้เรา งานหลายชิ้นที่ทำก็จะกลายเป็นการดึงโฟกัสและพลังไปด้วยเช่นกันซึ่งนั่นไม่ได้ไปกับความจริงที่ว่าเรามีเวลาจำกัดและควรใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

3. จัดเรียงลำดับสิ่งที่มี

หลังจากตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปแล้ว แน่นอนว่าสุดท้ายเราก็จะไม่ได้เลือกงานที่ต้องจำชิ้นเดียว และเมื่อถึงจุดนี้เราก็ต้องมานั่งดูว่าจะลำดับความสำคัญก่อนหลังจากสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร จะให้อะไรขึ้นก่อน อะไรสามารถถอยหรือรอเวลาไว้ก่อนได้ สิ่งที่จำเป็นในขั้นตอนนี้คือการมองให้ออกว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญและสามารถสร้าง “ความแตกต่าง” ได้คุ้มค่าและมีความเร่งด่วนมากกว่าสิ่งอื่นๆ

4. โฟกัส โฟกัส โฟกัส

เมื่อคุณได้ลิสต์ของสิ่งที่คุณเลือกจะทำแล้ว สิ่งต่อไปคือการที่คุณต้องทำมันให้เสร็จหรือทำให้เกิดขึ้นจริง ถ้าคุณคิดว่าคุณต้องเขียนหนังสือให้ได้ คุณก็ต้องรีบทุ่มเพื่อเขียนมันให้เสร็จจริงๆ โดยอย่าให้ตัวเองว่อกแวกไปกับอย่างอื่น การโฟกัสและทุ่มเทกับงานที่เลือกคือขั้นตอนของการลงมือทำจริงๆ และพยายามอย่าให้สิ่งอื่นมารบกวนหรือดึงความสนใจของคุณไป อย่าลืมว่าถ้ายิ่งเราทำให้เสร็จเร็วแค่ไหน เราก็จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเราเร็วมากขึ้นเท่านั้นด้วย

 

4 ขั้นตอนดังกล่าวคงเป็นหลักเบื้องต้นที่เชื่อว่าเอาไปปรับใช้ได้กับหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องงานที่ทำในออฟฟิศตลอดจนชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ ยังไงก็ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ :)