ประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอัตรการดู Video Content ในโลกออนไลน์หนักหน่วงไม่แพ้ใคร ซึ่งแน่นอนว่าบรรดาเอเยนซี่และแบรนด์ต่างๆ ก็พยายามสร้าง Content มากมายเพื่อมามัดใจไม่ต่างของไทยเท่าไรหรอกครับ และเขาก็พยายามถอดรหัสเหมือนกันว่าคนดูของเขานั้นดูอะไรกัน คอนเทนต์แบบไหนที่โดนใจ

แน่นอนว่าข้อมูลต่อไปนี้ซึ่งผมสรุปจากการบรรยายของ Unruly ในงาน Advertising Week Asia 2017 นั้นอาจจะไม่ได้เป็นของคนไทย แต่หลายๆ อย่างก็น่าคิดอยู่ไม่น้อยแถมการอธิบายของเขานั้นเป็นการเก็บข้อมูลอย่างจริงจัง ไม่ใช่การอนุมานเอาจากเคสดังๆ เฉยๆ เท่านั้น ก็ลองอ่านไว้พิจารณากันหน่อยนะครับ :)

1. คอนเทนต์นั้นต้องมี Emotional Connection

ข้อนี้เรียกได้ว่าน่าจะเป็นมาตรฐานไม่ว่าชาติไหนๆ เพราะคนดูคอนเทนต์เองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความรู้สึกมากและเผลอๆ จะมากกว่าเรื่องข้อมูลต่างๆ ด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องคำนึงด้วยว่าความรู้สึกที่ “โดนใจ” ของคนแต่ละชาตินั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งนั่นจะเป็นปัจจัยแยกเฉพาะแต่ละประเทศอีกที (ตามรูปด้านล่างนี้)

ตัวอย่างเคสที่น่าจะถูกพูดถึงเยอะมากในญี่ปุ่นคือวีดีโอของ Toyota “Loving Eyes”

2. คอนเทนต์นั้นมีอารมณ์ที่ “ต่างไปจากทั่วๆ ไป”

พูดกันง่ายๆ คือคอนเทนต์นั้นให้อารมณ์ที่ไม่เหมือนกับที่ดูอยู่ทุกวัน อะไรที่สร้างความประหลาดใจหรือไม่ธรรมดาก็จะเข้าข่ายแบบนั้น (ถ้าเป็นของไทยคืออะไรที่เซอร์ไพรซ์ อึ้ง ทึ่ง อะไรแบบนั้นแหละครับ)

3. คอนเทนต์นั้นมีเหตุผลให้คนแชร์หรือพูดถึงกับคนอื่น

ข้อนี้อธิบายกันว่าคอนเทนต์นั้นๆ ต้องไม่ใช่ดูแล้วประทับใจอยู่คนเดียว แต่ต้องมีปัจจัยเอื้อให้คนพูดถึงหรืออยากแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ อยากแสดงความเห็น หรืออยากส่งต่อให้กับคนที่ชื่นชอบอะไรเหมือนๆ กัน

4. คอนเทนต์ที่มีความเป็น Local

จากข้อมูลของ Unruly นั้นพบว่าคอนเทนต์ที่มีลักษณะของ “ความเป็นญี่ปุ่น” อยู่จะได้รับการดูและการแชร์มากเป็นพิเศษ ซึ่งอันนี้เห็นได้จากโฆษณาของ au ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในการนำนิทานดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาเป็นเนื้อเรื่อง

5. คอนเทนต์ที่มีการใช้ข้ามสื่อไปยังสื่ออื่นๆ

ในความเห็นของ Unruly นั้นบอกว่าคอนเทนต์ออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จจะไม่ใช่แค่อยู่ในออนไลน์ แต่มีการใช้คอนเทนต์ไปในสื่ออื่นๆ อย่าง OOH ด้วย เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างและส่งต่อมาให้คนที่เห็นกลับมาดูบนออนไลน์และแชร์ต่ออีกครั้ง (Multi Screen นั่นเอง)

หมายเหตุ: ต้องขอออกตัวว่าการบรรยายในหัวข้อนี้เป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งผมต้องแปลจากที่ล่ามแปลมาอีกต่อหนึ่ง (ซึ่งล่ามที่แปลนั้นก็มีตกหล่นและใช้คำพูดบางอย่างกำกวมอยู่บ้าง) อาจจะมีตกหล่นหรือผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยนะครับ