ทัศนคติถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่จะทำให้คนทำงานนั้นไปแบบถูกทางหรือหลงทาง เช่นเดียวกับทำให้แต่ละคนนั้นได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือเปล่า ทั้งนี้เพราะทัศนคติจะกลายเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การสร้างรูปแบบพฤติกรรมหรือการกระทำต่างๆ ขึ้นมา และนั่นทำให้เราพูดกันบ่อยๆ ว่าถ้ามีทัศนคติที่ผิดกันเมื่อไร ชีวิตของเราก็พังกันได้ทันที

บล็อกวันนี้ ผมเลยลองหยิบทัศนคติบางอย่างที่มักจะทำให้หลายๆ คนทำงานไปในแบบไม่ค่อยดีสักเท่าไร บางครั้งก็อาจจะทำให้ตัวเองดูแย่ๆ ไปเลยก็มี ลองดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง

1. ทำงานโดยใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่

คงไม่ใช่เรื่องน่าภิรมย์เท่าไรถ้าเราโดนคนที่อยู่เหนือกว่า “สั่ง” งานหรือบังคับให้คนข้างล่างทำอะไรโดยที่ไม่ได้เกิดการตกลงร่วมกัน แต่ในความเป็นจริงเรากลับเจอเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้อยู่หลายๆ ครั้งจากที่หลายๆ คนได้เป็นผู้บังคับบัญชา บ้างก็มีตำแหน่งสูง ก็รู้สึกว่า “ทำอะไรก็ได้” จนกลายเป็นลุแก่อำนาจจนลืมคิดถึงคนที่อยู่ข้างล่างไปเสีย ผลที่ตามมาคือการสูญเสียซึ่งความไว้ใจ ความเชื่อมั่นของคนอื่นๆ ตลอดไปจนภาพลักษณ์ของตัวเองด้วย

2. ทำงานโดยหวังแต่ผลประโยชน์ตอบแทน

คนทำงานต่างๆ ก็ล้วนเพื่อจะมีค่าตอบแทนไปใช้ในชีวิตประจำวัน แต่การตั้งหน้าตั้งตาคิดแต่เรื่องรายได้ ผลประโยชน์ เงินเดือน โบนัส และเอาแต่พร่ำบ่นเมื่อไม่พอใจกับผลประโยชน์ดังกล่าวก็ทำให้ตัวคนๆ นั้นดูแย่ไปอยู่เหมือนกัน จริงอยู่ที่ว่าแม้เราจะทำงานเพื่อมีเงินเดือน แต่คุณค่าของงานก็ใช่ว่าจะต้องตัดสินด้วยตัวเงินเสมอไป คนทำงานเก่งๆ หลายๆ คนนั้นแทบจะไม่พูดเรื่องผลตอบแทนแต่สนใจถึงการได้ทำงานตรงหน้าอย่างดีที่สุด การได้ทำผลงาน การได้ใช้ความสามารถ ฯลฯ ซึ่งนั่นทำให้คนอื่นๆ นับถือ ไว้วางใจ ผิดกับคนที่วันๆ เอาแต่บ่นเรื่องรายได้ ซึ่งก็จะมีแต่ทำให้คนอื่นมองดูแย่นั่นแหละ

3. ทำงานให้เสร็จๆ ไป

คนประเภทที่หัวหน้างานจะค่อนข้างเบื่อและเหนื่อยใจพอสมควรคือประเภททำงานโดยไม่ได้มีความตั้งใจในงานที่ทำ ประเภททำงานให้ครบๆ เพื่อจะได้จบวันแล้วกลับบ้านไป แน่นอนว่ามันอาจจะถือว่าทำงาน “เสร็จ” ก็จริง แต่มันทำให้คนอื่นๆ ที่มองดูอยู่รู้สึกได้ว่าคนๆ นั้นไม่ได้ใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับงาน และสิ่งที่ตามมาคือการตั้งแง่ถึงการขาดความรับผิดชอบ ขาดการดูรายละเอียดให้ถี่ถ้วน ฯลฯ ซึ่งก็จะไม่แปลกใจเลยถ้าหัวหน้างานต่างๆ จะไม่คิดส่งงานสำคัญๆ มาให้กับคนเหล่านี้ทำ

4. ทำงานแบบไม่คิดจะเหนื่อยหรือลำบาก

ใครๆ ก็ล้วนรักสบาย แต่ถ้าจะรักสบายกันขนาดไม่ยอมเหนื่อย พอต้องเจองานหนักก็บ่นแล้วบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอดก็คงจะไม่ใช่เช่นกัน พูดอย่างนี้ก็ใช่ว่าจะต้องทำงานหนักแบบหามรุ่งหามค่ำกัน แต่ชีวิติการทำงานมันก็ต้องมีช่วงที่ต้องทุ่มเทในการเอาชนะอุปสรรคหรือต้องแก้ปัญหาสำคัญๆ และนั่นจะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราโตขึ้น แกร่งขึ้น ถ้าไม่คิดจะเหนื่อย ไม่คิดจะลำบากแล้วก็คงยากที่จะโตขึ้นหรือเก่งขึ้นได้นั่นแหละ

5. ทำงานแบบเล่นพรรคเล่นพวก

สิ่งที่ผมเชื่อว่าใครๆ ก็เบื่อคือการที่คนในบริษัทแบ่งพรรคแบ่งพวก แล้วเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกลายเป็นเรื่องงาน ประเภทถ้างานมาจากคนนี้จะโดนตีกลับ งานมาจากคนนั้นจะโดนดอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีกับบริษัทเลยแม้แต่น้อย หากแต่นับวันจะยิ่งสร้างความบาดหมาง ความไม่พอใจให้กับคนที่ทำงานด้วยกันเปล่าๆ