เวลาที่ผมทำ Workshop เรื่อง Digital Marketing นั้น หนึ่งในคำถามที่ผมมักจะถามคนร่วม Workshop บ่อยๆ คือคนจะเป็น Digital Marketing นั้นควรจะมี Mindset สำคัญอย่างไรบ้าง

ที่ผมเรียกว่า Mindset นี้เพราะผม (ส่วนตัว) มองว่ามันสำคัญไม่ได้น้อยไปกว่าเรื่องของความสามารถหรือที่เรามักเรียกว่า Skill เลยแม้แต่น้อย สำหรับผมแล้ว Mindeset นี้เองที่มีส่วนสำคัญในการปรับตัว เรียนรู้ และใช้ทักษะความสามารถทั้งที่เป็น Soft Skill และ Hard Skill ของการตลาดมาผสมผสานกับการตลาดดิจิทัลให้เกิดประสิทธิภาพได้

บล็อกวันนี้ผมเลยขอลองหยิบ Mindset สำคัญๆ ที่ผมคิดว่านักการตลาดดิจิทัล (หรือคนที่อยากเป็น) ควรจะมีกันนะครับ ลองดูกันเสียหน่อยว่าคุณมีหรือเปล่า

1. Touchpoints Integration

อาจจะเป็นคำที่คุณไม่ค่อยได้ยินกันบ่อยๆ นัก แต่สำหรับผมแล้ว นักการตลาดในยุคดิจิทัลไม่ใช่สนใจช่องทางใดช่องทางหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการมองให้ออกว่าผู้ใช้งานนั้นมีหลากหลายและมี Touchpoint ที่มากมายกว่าเดิม มีทั้งช่องทางหลักและช่องทางรอง รวมไปถึงช่องทางยิบย่อยซึ่งล้วนเป็นเหมือน Customer Journey ที่ร้อยต่อกัน เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องมองให้เห็นการร้อยต่อกันของจุดต่างๆ รวมทั้งวิธีการสื่อสารของแต่ละช่องทางให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีการคิดแบบ One Message แล้วยิงบนทุกช่องทางอีกต่อไป

2. Brand as Publisher

เวลาเราพูดกันเรื่อง Content Marketing นั้น หัวใจอย่างหนึ่งที่ต้องย้ำกันเสมอคือบทบาทของแบรนด์ในปัจจุบันเพื่อให้อยู่รอดบน Social Media ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องของการทำตัวในบทบาทของแบรนด์ที่เอาเงินมาลงโฆษณากันโครมๆ อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการผันตัวเองไปสู่การ Publisher ที่ทำให้เนื้อหาและข้อมูลของตัวเองน่าติดตาม มีประโยชน์ และทำให้ผู้บริโภควิ่งเข้าหา วิธีการคิดในแบบ Pubisher จะเป็นการปรับวิธีสื่อสารของแบรนด์ขนานใหญ่แต่ถ้าทำสำเร็จก็จะได้ผลอย่างมากดังที่เราเห็นเคสดังๆ อย่าง Coca-Cola หรือ Red Bull มาแล้ว

3. Optimize the Optimization

การเป็นดิจิทัลนั้นทำให้เราเห็นความสามารถในการปรับเปลี่ยน แก้ไข หรือพลิกแพลงเทคนิคต่างๆ ได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงโฆษณา การผลิตคอนเทนต์ การโต้ตอบกับผู้บริโภค ซึ่งนั่นเป็นความท้าทายของนักการตลาดว่าทุกวันนี้เราสามารถจะทำสิ่งที่เรียกว่า Optimization ได้ระดับไหนกัน มันคงไม่ใช่ยุคที่คุณวาง Media Plan ประเภทรายเดือนแล้วสิ้นเดือนมาดูผลกัน เพราะในองค์กรใหญ่ๆ นั้นเรียกว่าดูผลและปรับกลยุทธ์กันชนิดแบบรายวันกันเลยทีเดียว ทั้งนี้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่คุ้มค่าที่สุด

4. Big Data

ต่อเนื่องมาคือการมองข้อมูลต่างๆ ในระดับที่ลึกไปกว่าเดิม การมองหาความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลที่มีมากกว่าเดิม หลากหลายกว่าเดิม และลึกซึ้งกว่าเดิม นักการตลาดจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการสร้างชุดความสัมพันธ์ต่างๆ ที่สามารถแปรกลายเป็นข้อมูลเชิงลึกทางการตลาดที่นำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

5. Digital Citizen

สิ่งสำคัญข้อหนึ่งที่ผมมักจะพูดเสมอคือนักการตลาดในยุคดิจิทัลนั้นควรจะทำตัวเองให้เป็นคนยุคดิจิทัลจริงๆ ด้วย ไม่ใช่ยังทำตัวเป็น Analog หรือแค่ใช้ดิจิทัลแบบมองเป็นเครืองมือเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งสำคัญที่คุณต้องเข้าใจคือผู้บริโภครวมทั้งพฤติกรรมและวิธีคิดของพวกเขา และคุณจะไม่อินเลยหากคุณไม่ได้สามารถเข้าถึงวิถีชีวิตของพวกเขาได้ ซึ่งในยุคดิจิทัลนี่เองที่เราจะเห็นวิถีชีวิตคนยุคใหม่พลิกไปจากเดิมมากพอสมควร มันเลยถึงเวลาสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองเยอะๆ ว่าคุณใ้ช้ชีวิตเป็นคนดิจิทัลจริงๆ แล้วหรือยัง