ความผิดพลาดและความล้มเหลวเป็นสิ่งที่เราทุกคนล้วนต้องเจอในวันใดก็วันหนึ่ง และแน่นอนว่ามันเป็นตัวฉุดความรู้สึกต่างๆ ของเราให้ลงต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอย่างรวดเร็ว หลายๆ คนเรียกว่ารู้สึกจมกับความรู้สึกนั้นๆ ไว้อยู่นานพอสมควรจนทำให้สูญเสียโอกาสมากมายในชีวิต

นั่นเลยเป็นที่มาว่าทำไมบรรดาโค้ชต่างๆ ถึงพยายามบอกอยู่เสมอว่าให้เราก้าวข้ามความล้มเหลวไปให้ได้ แต่เอาจริงๆ การพูดมันก็ดูเหมือนง่ายเมื่อเทียบกับคนที่กำลังประสบสถานการณ์ตรงหน้า

ทีนี้เราจะรับมือกับมันได้อย่างไรมากกว่าแค่การบอกว่า “ก้าวข้ามไปให้ได้” ผมลองรวบรวมเทคนิคที่คนพูดถึงกันเยอะๆ มาแบ่งปันกันพอเป็นแนวทางแล้วกันนะครับ

1. กล้าที่จะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เราต้องทำคือการเผชิญหน้ากับความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเป็นสิ่งที่เราย้อนกลับไปทำให้มันไม่เกิดขึ้นไม่ได้ ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมองให้เห็นว่าเรื่องบางเรื่องนั้นเราก็ไม่สามารถไปควบคุมมันได้เช่นกัน การยอมรับและมองให้เห็นความจริงตรงหน้าเป็นเรื่องที่อาจจะไม่ง่ายแต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำถ้าเราอยากจะก้าวข้ามมันไปให้ได้จริงๆ ซึ่งมันดีเสียกว่าการพยายามลืม (ซึ่งมันไม่เคยทำได้จริงๆ หรอก) การยอมรับความจริงเป็นฐานสำคัญที่แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้

2. กล้าที่จะพูดคุยและแลกเปลี่ยนกับคนรอบข้าง

หลายๆ คนพอเจอปัญหามักจะเลือกเก็บไว้กับตัวเอง (ผมเองก็มักจะเป็นแบบนั้นอยู่บ่อยๆ) แต่ในความจริงแล้วถ้าเราแลกเปลี่ยนกับคนที่เราไว้ใจ คนที่รู้ใจ การแชร์ความรู้สึกกับพวกเขาเป็นเหมือนการเยียวยาที่ดีสำหรับคนที่มีบาดแผลทางจิตใจ จริงอยู่ว่าบางคนอาจจะก้าวข้ามความรู้สึกนี้ได้ด้วยตัวเองแต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน การได้รับกำลังใจและความคิดเห็นจากคนอื่นๆ เป็นเหมือนการค่อยๆ รักษาบาดแผลทางความรู้สึกของคุณเอง ซึ่งมันดีกว่าที่เราจะเก็บเอาไว้เพียงคนเดียว

3. ศึกษาปัญหาแต่ไม่ใช่จมกับปัญหา

เมื่อเราเริ่มรู้สึกดีขึ้น อย่าทำเป็นลืมหรือไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เราควรใช้โอกาสนี้ในการลองวิเคราะห์มันว่าความผิดพลาดมันเกิดจากอะไร ทำไมเราถึงเป็นแบบนั้น อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้อาจจะมีบ้างที่เราอาจจะเผลอทำให้ความรู้สึกแย่ๆ กลับมาซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ลองถอยห่างออกมาก่อน กระบวนการนี้มันเป็นเรื่องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบจนบางทีเรากลับไปจมดิ่งกับความรู้สึกแย่ๆ อีก

4. ให้เวลากับตัวเองในการฟื้นตัว

ผมมักจะได้ยินคนบ่นบ่อยๆ ว่า “เมื่อไรจะหาย” หรือไม่ก็ “เมื่อไรจะดีขึ้น” และสิ่งที่หลายๆ คนมักตอบกลับก็คือ “แล้วมันจะดีขึ้น” หรือไม่ก็ “อีกพักนึงนะ” มันอาจจะฟังเป็นคำพูดที่พูดแล้วพูดอีก แต่ในความจริงเวลามันก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกันเพราะคงยากที่เราจะดีขึ้นหรือหลุดออกจากปัญหาแบบทันทีทันใด ความรู้สึกของคนเราไม่ใช่ข้อมูลบน Harddisk ที่ลบแล้วจะหายไปทันที หากแต่มันสามารถย้อนกลับมาได้อยู่เรื่อยๆ หลายๆ ครั้งเราต้องให้เวลากับตัวเองในการค่อยๆ ฟื้นตัว ไม่ต้องรีบร้อน แต่ค่อยเป็นค่อยไป คำแนะนำที่ผมมักจะบอกหลายๆ คนเสมอคือการค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง ค่อยๆ เริ่มดีขึ้นทีละก้าวๆ และพอเวลาผ่านไปสักพัก เราก็จะเห็นว่าเราก้าวมาไกลและออกจากจุดเดิมที่เราเคยรู้สึกแย่มาแล้วนั่นแหละ

5. หาอะไรทำอยู่เสมอ

อีกหนึ่งเทคนิคที่ผมมักจะทำเวลารู้สึกแย่ๆ คือการลงมือทำอะไรสักอย่าง เช่นเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฯลฯ แม้ว่ามันอาจจะเป็นเหมือนการหลีกหนีปัญหาอยู่บ้างแต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็คือการทำให้สมองของเราไม่ว่างจนเกินไป เพราะถ้าเมื่อไรเราว่างแล้วมันก็จะกลับไปคิดวนไปวนมากับเรื่องเดิมๆ อีก การหาอะไรทำให้สมองเราได้ขยับ ร่างกายได้เคลื่อนไหวอาจจะเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยแต่มันก็เหมือนเป็นแรงพลักให้เราหลุดออกจากวังวนเดิมๆ ไปทีละนิดๆ