ผมเชื่อว่าการลง Facebook Ad กลายเป็นเรื่องที่หลายๆ คนให้ความสนใจเนื่องจากปรับแต่งได้ไม่ยาก ใช้เงินลทุนเริ่มต้นน้อย (หรือจะใช้เยอะๆ ก็ได้) แถมสามารถซื้อได้ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายย่อย รายใหญ่

แล้วทีนี้ถ้าเราจะลง Facebook Ad กันให้เก่งๆ ได้ประสิทธิภาพนั้นเขาทำกันอย่างไร? แน่นอนว่ามันมีเทคนิคมากมายที่คนลง Ad เก่งๆ เขาจะทำกัน แต่ถ้าเราจะสรุปหลักง่ายๆ แล้ว มันก็จะได้ประมาณตามด้านล่างนี้ล่ะครับ

1. ระบกลุ่มเป้าหมายให้ชัด

การทำโฆษณานั้น หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับการให้คนจำนวนมากเห็น ยิ่งเห็นมากยิ่งดี แต่ในโลกดิจิทัลนั้นจะคิดกลับกันเพราะไม่จำเป็นที่ทุกคนต้องเห็น แต่เอาเฉพาะคนที่เราอยากให้เห็นก็พอ เช่นถ้าคุณขายเฟอร์นิเจอร์ คุณก็คงอยากให้คนที่กำลังแต่งบ้าน หรือสนใจจะซื้อบ้านเห็นเป็นหลัก ตรงนี้จึงเป็นการบ้านของคนลงโฆษณาที่จะต้องแตกออกมาให้ชัดว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการคือใครกันแน่ ยิ่งแคบยิ่งดีเพราะจะทำให้การลงโฆษณาจำกัดวงและใช้เงินกับคนที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น

2. การแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นมากกว่า 1 กลุ่ม

สิ่งที่เสริมจากข้อที่แล้ว คือการทำกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มย่อย (หรือที่เรามักเรียกกันว่า Segmentation) มีส่วนช่วยพอสมควรในการสร้างโมเดลการลงโฆษณาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะจะทำให้เราเห็นทั้งภาพใหญ่และภาพในระดับรายละเอียดขั้นลึกเพื่อนำไปสู่กับ Optimize ได้ เช่นแม้เราจะบอกว่าต้องการกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเรื่องเฟอร์นิเจอร์ เราก็อาจจะแบ่งกลุ่มย่อยไปได้ว่าคนที่สนใจเรื่องบ้านเดี่ยว คนที่สนใจเรื่องคอนโด หรือการแบ่งตามอายุ แบ่งตามสถานะโสด / แต่งงานแล้ว เป็นต้น

3. การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายให้ละเอียด

จากข้อ 1,2 นั้น สิ่งที่ต้องรู้ประกอบคือการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายใน Facebook ที่ทุกวันนี้ทำได้ละเอียดยิบกว่าการซื้อสื่อสมัยก่อนมาก มันตั้งได้ตั้งแต่อายุ เพศ ที่อยู่อาศัย ความสนใจ พฤติกรรม ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถ้านำมาประกอบกับการออกแบบกลุ่มเป้าหมายก็จะทำให้ทำ Segment Profile ที่ละเอียดได้มากขึ้นตามไปด้วย อย่าลืมว่ายิ่งเราทำละเอียดเท่าไร แม้ว่าอาจจะตีวงให้แคบลง แต่ก็ทำให้เราใช้เงินน้อยลงแต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการได้มากขึ้น

4. การเลือกใช้ภาพในการโฆษณา

บน Facebook นั้น สิ่งที่ดึงสายตาเรามากที่สุดคงไม่พ้นภาพต่างๆ เวลาเราเลื่อนหน้าจอ การเลือกภาพที่นำมาใช้เป็นตัวโฆษณาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันคือคอนเทนต์แรกๆ ที่คนจะพิจารณาในชั่วเสี้ยววินาทีว่าจะอ่านหรือไม่อ่าน มันน่าสนใจสำหรับเขาหรือไม่ ซึ่งนั่นทำให้ต้องมีการคิดที่รอบคอบพ่วงไปกับการคิดคำพูดต่างๆ ที่อยู่ในตัวโฆษณาด้วย

5. รู้จักการทำ A/B Testing

วิธีคิด A/B Testing คือหลักสำคัญมากๆ ในการทำการตลาดออนไลน์เพราะเครื่องมือมันเปิดโอกาสให้เราใส่ชิ้นงานไปได้มากกว่า 1 ชิ้นเพื่อทดสอบว่าชิ้นงานไหนจะทำงานได้ดีที่สุด แม้ว่าคุณอาจจะลงโฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเดียว แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าคุณต้องมีโฆษณาชิ้นเดียวเสมอไป การเลือก Artwork ที่ใช้หลายๆ ตัวมาลงใน Ad Set นั้นมีส่วนในการให้คุณทดลองดูว่ารูปแบบไหนที่โดนใจลูกค้ามากกว่าเพื่อจะสามารถปรับลดการใช้เงินได้ดีขึ้นกว่าเดิม

6. Optimize อยู่เสมอ

อย่าทำงานประเภทลง Ad แล้วก็ไม่เคยมาดูผลเลย คนทำงานเก่งจริงๆ นั้นจะดู Performance ของโฆษณาอยู่บ่อยมาก บางคนดูกันรายชั่วโมงเลยก็มี เพราะในแต่ละวันที่โฆษณาถูกยิงออกไปก็จะมีข้อมูลมาบอกว่ามันถูกส่งไปให้คนเห็นเท่าไร คนคลิกมาเท่าไร คนดูเท่าไร และเราจะได้เห็นภาพมากขึ้นว่าอะไรเวิร์คและไม่เวิร์คก่อนจะทำการปรับปรุง ไม่ว่าจะเลือกเเพิ่มเงินกับโฆษณาชุดที่มีประสิทธิภาพมาก ลดหรือหยุดชิ้นที่ไม่เวิร์ค เปลี่ยน Artwork ฯลฯ

6 ข้อนี้คือหลักพื้นฐานที่ผมมักจะอธิบายให้กับคนที่เริ่มจะลงโฆษณา Facebook ก่อนจะไปต่อยอดในเทคนิคชั้นสูง ถ้าใครยังไม่เคยลองทำก็ลองทำกันดูนะครับ