จากประเด็นว่าจะสร้างความแตกต่างให้กับคอนเทนต์ได้อย่างไรในวันที่มีคอนเทนต์ล้นตลาดนั้น (ซึ่งจริง ๆ เป็นคำถามที่ผมได้รับค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน) ผมอยากให้ลองเทียบเคียงกับการทำหนังสือสักเล่มไปวางในร้านหนังสือเพื่อให้คนอ่านหยิบหนังสือเราขึ้นมาแทนที่จะหยิบหนังสือเล่มอื่นกันดูนะครับ

ที่มองแบบนี้จะเห็นได้ว่าในร้านหนังสือนั้นมีหนังสือมากมาย ออกแบบปกทั้งที่ต่างกันและคล้ายกัน มีทั้งเวิร์คและไม่เวิร์คซึ่งก็ทำให้เราเห็นได้ว่าแต่ละเล่มนั้นพยายามหาอะไรมาสร้างความแตกต่างจากหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่อยู่ในชั้น

1. เนื้อหาของหนังสือที่ต่างไปจากเล่มอื่น ๆ กล่าวคือหยิบจับเรื่องที่คนอื่นไม่พูด ไม่ได้เล่า อาจจะเป็นเรื่องใหม่หรือเรื่องที่คนลืมไปแล้วแต่ยังมีความสำคัญอยู่ก็ได้

2. เนื้อหาหยิบบางประเด็นในโฟกัสโดยเฉพาะ เช่นไม่พูดเรื่องการลงทุนทั่วไป แต่พูดถึงการลงทุนแบบเทคนิค ไม่ได้พูดเรื่องการทำคอนเทนต์ทั่วไปแต่โฟกัสการทำคอนเทนต์บน IG ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะเป็นการตีกรอบเนื้อหาให้แคบลง แต่ก็เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น มีความต้องการและปัญหาที่แตกต่างออกไป

3. เนื้อหามีการลงรายละเอียดที่ต่างไป บางเล่มจะลงรายละเอียดเยอะ เนื้อหาแน่นแต่ก็ทำให้อ่านยาก บางเล่มเนื้อหาบาง อ่านง่าย เหมาะกับการทำความเข้าใจเร็ว ๆ แต่อาจจะไม่ได้เข้าใจในเชิงรายละเอียด ซึ่งก็จะเห็นว่าจับกลุ่มคนที่แตกต่างกัน บางคนแค่อยากรู้ว่า “อะไรเป็นเป็นอะไร” หรือ “โดยสรุป” และบางคนก็อยากทำความเข้าใจมากกว่าการรู้เฉย ๆ 

4. วิธีการนำเสนอเนื้อหาที่ต่างไป บางเล่มเลือกจะเล่าแบบวิชาการ บางเล่มเล่าเป็นการแชร์ประสบการณ์ บางเล่มเลือกจะเล่าผ่านมุกตลก บางเล่มเล่าแบบ How-To ทำตามได้ง่าย บางเล่มเล่าเป็นภาพ Infographic ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีกลุ่มคนอ่านที่ชอบแตกต่างกันไปตามรสนิยมแต่ละคน

5. ปกหนังสือและการโปรโมตเวลาอยู่ในชั้นหนังสือก็แตกต่างกัน นั่นคือดีไซน์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยให้ตัวหนังสือน่าอ่าน เตะตา คนผ่านไปผ่านมาเห็นได้ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนจะเลือกหนังสือเพราะปกเสมอไปเพราะถ้าปกช่วยให้คนเห็นแต่เนื้อหาไม่น่าสนใจ พลิก ๆ ดูแล้วไม่โดนใจก็อาจจะวางลงไปเหมือนเดิมเช่นกัน

6. การวางหนังสือบนชั้นในจุดที่แตกต่างกัน เพราะหนังสือแต่ละเล่มล้วนอยากจะอยู่ในจุดที่คนเห็นเยอะที่สุด เห็นง่ายที่สุด หากเป็นหนังสือดีแต่อยู่ในจุดที่คนไม่เห็นก็อาจจะถูกมองข้ามได้ง่าย ฉะนั้นหนังสือต้องรู้ว่าคนอ่านของตัวเองจะมองชั้นไหน มองอย่างไร บางคนเลือกจะมองชั้นแนะนำ และบางคนจะตรงดิ่งไปที่ชั้นเฉพาะ ซึ่งหนังสือแต่ละเล่มก็อาจจะต้องคิดเรื่องวิธีการโปรโมตและทำให้หนังสือของตัวเองอยู่ในจุดที่ใช่ที่สุดซึ่งก็ไม่ต่างจากเรื่องของคอนเทนต์ที่ต้องมีการโพสต์และโปรโมตด้วยเหมือนกัน

จะเห็นว่านี่เป็นหลักเปรียบเทียบที่สามารถนำไปคิดต่อได้พอสมควรว่าเราจะทำคอนเทนต์อย่างไรในวันนี้เพื่อให้สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ ได้ซึ่งถามผมแล้วมันก็ยังมีทางเลือกอยู่อีกพอสมควร เพียงแต่ทางเลือกทั่ว ๆ ไปนั้นอาจจะง่ายและโดนคนทำตามได้เร็วนั่นแหละครับ