Adobe ได้จัดงาน Adobe Summit เพื่ออัพเดทนวัตกรรมด้านการตลาดใหม่ ๆ รวมทั้งแนวทางของธุรกิจที่มีการทำ Digital Transformation จนประสบความสำเร็จไป โดยในปีนี้ก็มีอัพเดทหลายอย่างน่าสนใจอยู่หลายเรื่องด้วยกัน

และด้วยการที่ Adobe เองก็ผู้นำด้าน Marketing Technology และมีเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ดัง ๆ อย่าง Pfizer และ FedEx ในการทำ Digital Experience เอง ก็เลยมีการชี้แนวทางการทำการตลาดยคุใหม่ซึ่งพอจะสรุปประเด็นสำคัญ ๆ ของแนวโน้มดังกล่าวได้ดังต่อไปนี้

1. Digital Experience is a must

ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคต้องปรับตัวจากภาวะโรคระบาดในปีที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมการใช้ดิจิทัลนั้นสูงขึ้นและทำให้ Digital Experience กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับ Digital Experience อย่างยิ่งยวดเพื่อที่จะสามารถมัดใจลูกค้าที่จะมีพฤติกรรมใหม่ต่อไปหลังจากนี้

2. Personalization at scale is a key

หนึ่งใน Digital Experience ที่สำคัญก็คือการทำ Personalization นั่นเอง ซึ่งข้อมูลก็ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่าการทำ Personalization นั้นจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจโตขึ้นอันเนื่องมาจากประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีขึ้น และหนึ่งในความท้าทายใหญ่ของการทำ Personalization นั้นก็คือการขยายขอบเขตการทำ Personalization ให้มากขึ้นกว่าเดิม ลึกขึ้นกว่าเดิม ครอบคลุมกว่าเดิม

3. AI & Machine Learning fuel the personalization

และเพื่อให้การทำ Personalization อย่างมีประสิทธิภาพนั้น การใช้เทคโนโลยีใหม่ควบคู่ไปกับการจัดการข้อมูลมหาศาล (Big Data) จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นโดยเทคโนโลยีอย่าง AI & Machine Learning จะเป็นหัวใจสำคัญเพื่อให้ธุรกิจมีศักยภาพในการทำ Personalization ที่มากขึ้น

4. Real Time CDP

การบริหารจัดการข้อมูลของลูกค้าเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญเพื่อให้การทำ Persoanlization เกิดขึ้นได้ อีกทั้งการที่ธุรกิจจะเริ่มเจอโจทย์ของการเก็บข้อมูลของลูกค้าควบคู่ไปกับข้อจำกัดเรื่องความเป็นส่วนตัวต่าง ๆ นั่นทำให้การทำ Customer Data Platform จะเป็นอีกแกนสำคัญที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้ธุรกิจสามารถบริหารข้อมูลลูกค้าทั้งแบบที่ “รู้”​ (Known Data) และ “ไม่รู้”​ (Unknown Data) เพื่อระบุตัวลูกค้าได้แม่นยำ และในขณะเดียวกันนั้น การบริหารข้อมูลของ CDP นี้ก็ต้องมีความรวดเร็วเพื่อรองรับการใช้งานที่ซับซ้อนและรวดเร็วมากขึ้นของลูกค้าด้วย

5. Customer Journey Optimization

เมือ Customer Journey ย้ายมาสู่ช่องทางดิจิทัลมากขึ้นแล้ว นั่นทำให้การทำ Optimization ของตัว Customer Journey นั้นสามารถทำได้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถเห็นความเชื่อมโยง ต่อเนื่อง ช่องหว่าง หรือจุดอ่อนของ Customer Journey อีกทั้งยังสามารถปรับเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าที่มากขึ้นอีกด้วย

6. Creative at Scale

เพื่อให้เกิดการทำ Personalization ที่ดีขึ้น นั่นก็ต้องทำให้การสร้างสรรค์ชิ้นงานต่าง ๆ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายต้องมากขึ้นและรวดเร็วตาม และนั่นทำให้ทีมสื่อสารการตลาดต้องมีเครื่องมือช่วยในการผลิตชิ้นงานต่าง ๆ ให้มากขึ้น เร็วขึ้น และปรับให้เข้ากับสื่อที่มีความหลากหลายมากกว่าเดิม

7. New Marketing Workflow

เมื่อการบริหาร Digital Experience ซับซ้อนมากขึ้น การทำงานของทีมการตลาดก็จะต้องมีความรวดเร็วและสอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงนี้ และนั่นทำให้ Marketing Technology จำเป็นต้องเข้ามาช่วยให้การจัดการและการดำเนินการทางการตลาดรวดเร็ว ต่อเนื่อง และลดขั้นตอนความยุ่งยากออกไปให้มากที่สุด

ทั้งนี้ งาน Adobe Summit ในปีนี้เป็น Virtual Event ซึ่งสามารถเข้าดูได้ฟรีที่ https://business.adobe.com/summit/adobe-summit.html