ในการทำงานต่างๆ รวมทั้งการใช้ชีวิตนั้น ล้วนมีสิ่งที่เรียกว่าเป้าหมายอยู่ปลายทาง แต่น่าสนใจไหมล่ะครับว่ามีกี่ครั้งที่เราสามารถไปถึงเป้าหมายได้อย่างสำเร็จ?

มีสถิติน่าสนใจไม่น้อยที่บอกว่าผู้ใหญ่เพียง 3% เท่านั้นที่สามารถระบุเป้าหมายชีวิตของตัวเองให้ชัดเจน โดยส่วนมากมักจะถูกกลืนโดยระบบการทำงานแบบมนุษย์เงินเดือน หรือต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนหลงลืมไปแล้วว่าเป้าหมายชีวิตของตัวเองคืออะไร

ผลสุดท้ายก็คือการใช้ชีวิตไปวันๆ โดยกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อายุมากและเหลือเวลาอีกไม่เยอะแล้ว

ที่น่าสนใจคือสถิติบอกต่อว่าคน 3% ที่มีเป้าหมายชัดเจนนั้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคนทั่วไปถึง 5-10 เท่าด้วยกัน ซึ่งจะว่าไปแล้ว นี่อาจจะเป็นความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันบนพื้นฐานของการ “วางแผน” ที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

ในหนังสือ Eat That Frog! ของ Brain Tracy ซึ่งเป็นหนังสือแนะนำวิธีการทำงาน (และใช้ชีวิต) ให้มีประสิทธิภาพได้ระบุ 7 วิธีการเบื้องต้นสำหรับการช่วยให้ชีวิตคุณมีพัฒนาการขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ

1. ตัดสินใจให้แน่ชัดว่าคุณต้องการอะไร

ปัญหาที่หลายๆ คนเจอทั้งเรื่องการใช้ชีวิตตลอดจนการทำงานในทุกๆ วัน คือการไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรหรือต้องทำอะไร เมืื่อไม่มีเป้าหมายปลายทางที่ชัดเจน ไม่สามารถระบุตัวงานหรือผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ก็ทำให้การดำเนินการต่อไร้ทิศทาง หลักลอย หรือหลงทางเลยก็ได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นมากที่คุณจะต้องรู้ว่าคุณกำลังเดินไปสู่เป้าหมายอะไร อาจจะทั้งเป้าหมายระยะสั้น (งานในแต่ละวัน) และเป้าหมายระยะยาว (ความก้าวหน้าทางอาชีพ) ซึ่งล้วนจะนำมาสู่การระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในแต่ละงานอันจะกลายเป็นหลักยึดสำคัญในการวางแผนต่อไปของคุณ

2. เขียนเป้าหมายนั้นลงไป

อาจจะฟังดูเป็นเรื่องหยุมหยิม แต่ไม่น่าเชื่อว่าหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของหลายๆ คนคือการที่พวกเขาเลือกที่จะเขียนหรือบันทึกสิ่งต่างๆ ไว้แทนที่จะจดจำเพียงอย่างเดียว การเขียนข้อความระบุเป้าหมายต่างๆ ไว้นั้นจะกลายเป็นเหมือนบันทึกช่วยจำสำหรับคุณให้รู้ตัวอยู่เสมอๆ นอกจากนี้แล้ว การที่คุณเขียนเป้าหมายต่างๆ ได้ ก็จะทำให้มันไม่เป็นเพียงความคิดลอยๆ ที่อาจจะแปรเปลี่ยนหรือบิดเบือนได้ง่ายๆ อีกด้วย

3. กำหนดวันที่จะเสร็จ

การดำเนินการใดๆ จะมีประสิทธิภาพเมื่อมีการกำหนดเส้นตายไว้ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อให้คุณไม่หลงระเริงหรือปล่อยตัวจนเกินไป การตั้งกำหนดการต่างๆ ไว้มีส่วนสำคัญในการจัดระเบียบให้คุณตื่นตัวอยู่ตลอด และที่สำคัญคือคุณต้องซื่อตรงกับเส้นตายที่ตั้งเอาไว้ด้วย

4. ระบุทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้เป้าหมายหรืองานนั้นสำเร็จ

ปัญหาสำคัญของหลายๆ คนคือมีไอเดียตั้งต้นที่ดี มีคอนเซปต์ความคิดที่น่าสนใจ แต่การเดินทางไปสู่เป้าหมายต่างๆ นั้นไม่สามารถกระโดดทีเดียวไปสู่ปลายทางได้ แต่ต้องดำเนินการทีละขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนก็จะมีสิ่งที่ต้องทำในแต่ละขั้น การขับรถจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ก็ต้องผ่านจังหวัดต่างๆ ก่อนจะไปถึงเชียงใหม่ และนั่นคือสิ่งที่คุณจะต้องลิสต์ออกมาให้ครบเพื่อให้คุณไม่หลงทางหรือพลาดอะไรไปจนทำให้หลุดจากเป้าหมายไป นอกจากนี้แล้ว การลงรายละเอียดงานต่างๆ ที่ต้องทำหรือรายละเอียดที่ต้องตามเก็บเพื่อให้งานสำเร็จได้นั้นก็จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเป้าหมายชัดเจนมากขึ้นว่ามีขนาดเล็กใหญ่เพียงใด ต้องใช้การดำเนินการกี่ขั้น ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากใครหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็น Checklist สำคัญที่ให้คุณได้คอยตรวจเช็คระหว่างทางอีกด้วย

5. จัดระเบียบลิสต์ให้เป็นแผน

หลังจากที่เราได้ลิสต์สิ่งที่ต้องทำจากข้อที่แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องมาจัดเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังว่าจะทำอะไรก่อน การเรียงลำดับที่ดีคือการรู้จักชั่งน้ำหนักและมองเห็นว่าอะไรสัมพันธ์กับอะไร งานบางอย่างไม่สามารถทำก่อนได้หากยังไม่สามารถทำงานอย่างอื่นก่อน แต่บางชิ้นก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องรอ การจัดเรียงวางแผนนี้จะช่วยเห็นคุณเห็น Flow การทำงานที่ชัดเจนมากขึ้นและทำให้คุณตั้งต้นได้ว่าจะเริ่มจากอะไรก่อนดี

6. เริ่มทำทันที

เป้าหมายที่ชัดเจน แผนที่ดี รายการที่ครบถ้วนจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่ลงมือทำ เมื่อคุณได้รายละเอียดที่ครบถ้วนแล้ว ที่สำคัญคือการลงมือทำอย่างตั้งใจ เพราะตอนนี้คุณจะมีภาพที่ชัดเจนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง และทำอะไรต่ออะไร จงทำตามภาพนั้นอย่างตั้งใจและไม่วอกแวกหรือทำอะไรที่เกินกว่าแผนที่วางไว้

7. ทำอย่างต่อเนื่อง ทุกวัน อย่าได้ขาด

ถ้าคุณจะเขียนหนังสือ ให้ตั้งใจว่าจะเขียนได้ว่าละกี่หน้า ถ้าจะอ่านหนังสือก็ตั้งใจว่าจะอ่านวันละกี่หน้า ถ้าจะเรียนภาษาต่างประเทศก็ตั้งใจว่าจะเรียนรู้ศัพท์วันละกี่คำ ให้กิจวัตรที่เกี่ยวกับเป้าหมายนี้แทรกซึมเป็นกิจวัตรประจำวันอย่าได้ขาด (รวมทั้งอย่าใจอ่อนหรือแอบหยุดพักโดยคิดว่าเดี๋ยวก็กลับมาทำได้เป็นอันขาด)

7 ข้อดังกล่าวคือเคล็ดลับที่ Brain Tracy ทำเป็นแนวทางให้คนที่ยังไม่แม่นในการวางแผนและจัดการชีวิตใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำงานของตัวเอง ซึ่งถ้าเรามองกันจริงๆ แล้ว สิ่งสำคัญมากที่เป็นพื้นฐานสำคัญของวิธีการนี้คือการคิดให้เป็นระบบ วางแผนให้ละเอียดและชัดเจนนั่นเอง

ก็ลองเอาไปใช้กันได้นะครับ ได้ผลไม่ได้ผลอย่างไรก็มาเล่าสู่กันด้วยล่ะครับ