ทุกวันนี้พนักงานออฟฟิศล้วนมีอุปกรณ์เทคโนโลยีมากมายอยู่รายล้อมรอบตัว ทั้งของตัวเองและของออฟฟิศ จนเรียกได้ว่าชีวิตการทำงานในทุกๆ วันนั้นก็ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเจ้าพวกอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้นั่นแหละ ซึ่งจะว่าไปแล้วอุปกรณ์เหล่านี้ก็ล้วนอำนวยความสะดวกให้กับเราอยู่มากพอสมควร

แต่ที่หลายๆ คน (แม้แต่ผมเอง) ก็อาจจะไม่รู้เครื่องเราเริ่มมีนิสัยเสียๆ ที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือแล้วส่งผลหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคลิกภาพตลอดไปจนประสิทธิภาพในการทำงานด้วยเหมือนกัน

บล็อกวันนี้ผมเลยเอาบล็อกของ The Muse ที่หยิบเอานิสัยเสียๆ หลายๆ อย่างที่เราอาจจะสังเกตเห็น (หรือลืมสังเกต) จากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้กันมาเล่าสู่กันฟัง (มีปรับบางอย่างตามความเห็นของผม) และแน่นอนว่าถ้าคุณกำลังติดนิสัยแบบนี้อยู่ก็อาจจะต้องหยุดกันเสียหน่อยนะครับ

1.นั่งกด Refresh เพื่อรออีเมล์ที่จะส่งมา

เอาจริงๆ คือคุณไม่ควรมานั่งเสียเวลากด Refresh Inbox ของคุณ ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมอย่าง Outlook หรือผ่านเว็บอย่าง Gmail เพราะเอาจริงๆ ระบบมันก็ตั้งเวลาในการ Refresh อัตโนมัติอยู่แล้ว (เว้นเสียแต่คุณจะมีเรื่องด่วนอะไรน่ะนะ) นอกจากนี้แล้ว คุณควรจะฝึกทำให้การเช็คอีเมล์ของคุณเป็นระบบ มีตารางเวลาที่ชัดเจนเพื่อคุณจะได้เอาเวลาที่นั่งแกว่งรอดู Inbox ไปทำอย่างอื่นที่น่าจะเข้าท่าหรือได้ประโยชน์มากกว่านั่นแหละ

2. คุณนั่งชิดหน้าจอมากเกินไป

ทุกวันนี้ใครๆ ก็ล้วนมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในการทำงานกัน แต่มันก็คงไม่ดีถ้าคุณจ้องมันในระยะที่ไม่ปลอดภัยกับสายตาของคุณ นอกจากนี้แล้ว พอคุณจ้องจอมากๆ แล้วจะเริ่มมีท่านั่งที่มองจากภายนอกแล้วดูไม่เข้าท่าสักเท่าไร (ผมว่าหลายๆ คนนึกออกนะฮะว่าผมหมายถึงอะไร) มันจึงจะดีถ้าคุณปรับเก้าอี้ การวางโน๊ตบุ้ค รวมทั้งความละเอียดหน้าจอต่างๆ เพื่อให้คุณนั่งทำงานในท่าที่ดีต่อสุขภาพอีกทั้งกับภาพลักษณ์คุณเองด้วย

3. กินอาหารหน้าคอม

เข้าใจกันได้ว่าบางคนอาจจะมีงานเยอะ งานด่วน จนประเภทที่ต้องกินข้าวกันที่โต๊ะทำงาน แต่การทำงานก็คือทำงาน ไม่ใช่ว่าคุณต้องกินไปด้วยและทำงานไปด้วย นึกภาพมือของคุณที่หยิบอาหารแล้วไปแตะคีย์บอร์ดสิ ท้ายที่สุดคีย์บอร์ดของคุณก็จะมัน ไหนจะเศษอาหารที่ตกอยู่ในตามร่องคีย์บอร์ดอีก การที่คุณเอาอาหารมากินที่โต๊ะทำงานก็น่าจะย่นระยะเวลาให้คุณพอแล้ว ไม่ต้องถึงขนาดต้องกินไปด้วยพิมพ์ไปด้วยก็ได้

4.โพสต์เรื่องราวไม่เข้าท่าบน Social Media

เรื่องนี้คงเป็นสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นบ่อยๆ มากในยุคนี้ เพราะการมี Social Media ทำให้หลายๆ คนเกิดอาการ “คะนองคีย์บอร์ด” ประเภทโพสต์อะไรที่ทำให้ตัวเองดูไม่ดี โพสต์คำหยาบ บ่นเพื่อนร่วมงาน แซะลูกค้า แม้ว่าอาจจะเข้าใจได้ว่าคือการระบายอารมณ์อย่างหน่ง แต่ที่คุณต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่าการโพสต์อะไรบน Social Media นั้นจะถูกทิ้งให้คนอื่นได้เข้ามาเห็นได้ในภายหลังด้วย จะทำอะไรก็คิดกันดีๆ ก่อนนะครับ

5. ให้พวก Notification มาดึงความสนใจคุณ

ถ้าจะนับบรรดา Notification รอบๆ ตัวคุณในวันนี้นั้น จะเห็นได้ว่ามีมากมายตั้งแต่ Facebook LINE E-Mail Instagram และอื่นๆ อีกเพียบ และยิ่งคนรอบตัวคุณก็ขยันใช้บริการพวกนี้ก็จะทำให้คุณมี Notification เข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนในไม่ช้าคุณก็ถูกดึงความสนใจและเสียสมาธิกับสิ่งที่เด้งๆ มาบอกคุณอยู่เรื่อยๆ เนี่ยแหละ บางทีคนจะดีกว่าถ้าคุณเลือกปิด Notification เหล่านี้ระหว่างทำงานเพื่อจะโฟกัสงานตรงหน้าจะดีกว่าครับ

6. ฟังเพลงดังเกินไป

ใครๆ ก็คงมีเครื่องฟังเพลงส่วนตัวกันแล้วผ่านโทรศัพท์มือถือสุดไฮเทคในปัจจุบัน แต่หลายๆ ครั้งเราก็อาจจะอินกับการฟังเพลงจนเปิดเสียงดังมากชนิดไม่ได้รู้เรื่องว่ารอบข้างเกิดอะไรขึ้นบ้างและนั่นอาจจะทำให้คุณพลาดอะไรหลายๆ อย่างไปหรือสร้างอันตรายให้กับคุณได้ ตอนที่ผมเขียนบล็อกนี้ผมลองเอาประสบการณ์ที่ผมเสียบหูฟังและทำงานอยู่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่าน แน่นอนว่าผมอาจจะสนุกและอยู่กับตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นว่าผมเหมือนตัดขาดจากสิ่งรอบข้าง ไม่ได้รู้ความเป็นไปของคนรอบๆ โต๊ะทำงาน และหลายๆ ครั้งมันก็คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรนัก

7. ตั้งเสียงเรียกมือถือดังๆ

เวลาโทรศัพท์เข้า ใครๆ ก็คงอยากจะได้ยินและสามารถไปรับสายได้ทัน บ้างก็ใช้มันเป็นเครื่องมือในการหามือถือเวลาลืมว่าวางไว้ที่ไหน แต่ก็นั่นแหละที่หลายๆ คนตั้งเสียงเรียกเข้าที่ “ไม่เข้าที” แถมเปิดเสียงดังลั่น สถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นและทำให้คนอื่นระอาคือการที่คนๆ เดินไปไม่อยู่ที่โต๊ะแล้วโทรศัพท์ดังลั่นโซนโดยที่ทุกคนมองหน้ากันว่าเจ้าของไปไหน ยิ่งถ้า Ringtone ไม่ค่อยพึงประสงค์ด้วยแล้วก็จะยิ่งสร้างความรำคาญเข้าไปใหญ่ ลองพิจารณาการเลือก Ringtone ง่ายๆ และอย่าลืมปิดเสียงมือถือเมื่ออยู่ในที่ทำงานหรือเข้าห้องประชุมด้วยแล้วกันครับ

8. เล่นมือถือตอนปิดไฟแล้ว

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนปิดไฟแล้วก็จะหยิบมือถือมาเช็คอะไรก่อนนอน เช่นดู Facebook เช็ค LINE หรือแม้แต่อ่านอีเมล์ และที่มักเกิดขึ้นคือคุณไม่ได้เช็คมันแค่ไม่กี่นาที แต่คือเล่นไปเรื่อยๆ 5-10 นาที บางคนก็ปาเข้าไป 15-20 นาทีก็มี แน่นอนว่าการจ้องจอที่เปิดแสงสว่างในขณะที่คุณปิดไฟนั้นมันทำลายสายตาคุณอย่างรวดเร็วนั่นแหละ คงจะดีกว่าถ้าคุณเช็คอะไรให้เรียบร้อยแล้วปิดไฟนอน ให้คุณปิดไฟหลังจากวางมือถือเป็นดีที่สุดแหละครับ