ไหนๆ ก็เข้าปีใหม่แล้ว ผมเชื่อว่าหลายๆ คนเองก็คงมีไอเดียอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่พอสมควร ซึ่งพอพูดถึงเรื่องนี้นั้น เราก็มักจะพูดบ่อยๆ เรื่องของการเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ และการสร้างนิสัยดีๆ ที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นกว่าเดิม

พอดีวันนี้ผมอ่านเจอบล็อกของ Entrepreneur ที่พูดถึงเรื่องนี้พอดิบพอดี รวมทั้งแง่คิดว่าสิ่งที่จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างเป้าหมายที่คุณจะต้องทำให้ได้ในปีนี้ แต่มันคือการสร้างนิสัยหรือพฤติกรรมประเภทกิจวัตรประจำวันที่จะทำให้เปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณ ซึ่งเอาจริงๆ แล้ววิธีนี้จะสร้างผลดีกับตัวคุณในระยะยาวด้วย โดยในบล็อกนั้นยกกิจวัตรประจำวัน 8 อย่างที่คุณควรเริ่มจะสร้างกันให้ได้ในปีนี้ (ถ้ามีอยู่แล้วก็ดีใจด้วยนะครับ)

1. ตื่นแต่เช้า

การตื่นเช้าเป็นเรื่องที่ดูออกจะโหดร้ายกับหลายๆ คน (แม้แต่ผมเองก็เถอะ) อย่างไรก็ตาม การตื่นเช้าจะสร้างผลดีกับตัวคุณมากกว่าที่คุณคาดคิด ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณไม่ต้องรีบร้อนหรือกุลีกุจรออกเดินทางไปทำงาน การมีเวลาให้คุณได้เตรียมตัวว่าวันนี้จะต้องทำอะไรบ้าง นอกจากนี้แล้ว การตื่นเช้ากว่าเดิมยังเป็นการเพิ่มเวลาพิเศษให้กับคุณเพื่อมีเวลาทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นการเริ่มต้นวันได้อย่างเข้าท่าทีเดียวเชียวนะครับ

2. อ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือมีแต่เป็นประโยชน์ให้กับคุณ (เว้นแต่คุณไปอ่านหนังสืออะไรที่มันมอมเมาหรือสร้างทัศนคติแย่ๆ น่ะนะ) มันจึงเป็นเรื่องที่ดีหากคุณพยายามสร้างนิสัยที่จะอ่านหนังสืออยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะมากหรือน้อยแต่ก็ให้แต่ละวันคุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากหนังสือที่คุณยังอ่านไม่จบ คุณอาจจะหาหนังสือประเภทที่มีบทสั้นๆ หรือเนื้อหากระชับ สามารถทยอยๆ อ่านได้ง่ายทุกๆ วันแล้วลองตั้งกฏกับตัวเองว่าจะให้เวลากับมันเสียวันละ 20-30 นาที (หรืออ่านวันละบทก่อนนอนก็ได้) ผมเองก็จะมีหนังสืออยู่ที่หัวเตียงอยู่เสมอ และก่อนนอนก็จะอ่านหนังสือพวกนี้วันละบททุกคืนๆ ซึ่งแน่นอนว่าการอ่านหนังสืออยู่เรื่อยๆ จะทำให้คุณได้ฝึกระบบความคิดของตัวคุณเอง ประกอบกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และนั่นเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของหลายๆ คนเลยก็ว่าได้

3. เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

หัวข้อนี้อาจจะทำให้หลายๆ คนงงว่ามันจะเป็นกิจวัตรประจำวันได้ด้วยเหรอ (ตอนผมอ่านครั้งแรกก็งงๆ เหมือนกัน) แต่เอาจริงๆ แล้วนั้น ในทุกๆ วันเรามักจะมีปฏิสัมพันธ์กับผุ้อื่นไม่มากก็น้อยทั้งในเรื่องการทำงานและเรื่องส่วนตัว การใช้เวลาสักนิดใส่ใจความรู้สึกกับคนรอบข้าง การยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยด้วยความเห็นอกเห็นใจ ให้ความช่วยเหลือก็เป็นนิสัยดีๆ ที่ถ้าคุณมีก็จะเป็นประโยชน์กับตัวคุณอยู่มากโข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ตลอดไปจนถึงทัศนคติต่างๆ ของคุณด้วย

4. ออกกำลังกาย

ผมเชื่อว่านี่น่าจะเป็นข้อที่หลายๆ คนตั้งเป้าไว้ในทุกๆ ปี (และหลายคนรวมทั้งผมเองก็มักจะทำบ้างไม่ทำบ้าง) เหตุผลที่ข้อนี้ค่อนข้างสำคัญเพราะต่อให้คุณมีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์แค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่มีแรง ไม่มีสุขภาพที่พร้อม คุณก็คงทำงานได้ยาก แล้วไหนถ้าคุณป่วยขึ้นมา การทำงานในช่วงนั้นก็จะลดประสิทธิภาพลงไปด้วย มันจึงจะดีถ้าเราให้เวลาในทุกๆ วันกับการออกกำลังกายเสียบ้าง (หรืออย่างน้อยก็ทำให้เป็นกิจวัตรประจำสัปดาห์ก็ยังดี) ซึ่งนอกจากเรื่องสุขภาพที่จะดีขึ้นแล้ว การออกกำลังกายยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายความเครียดได้อย่างดีอีกต่างหาก

5. วางแผนก่อนเริ่มงานในแต่ละวัน

นี่น่าจะเป็นนิสัยที่หนังสือแนะนำการพัฒนาตัวเองพูดถึงบ่อยที่สุดอย่างหนึ่ง (และเป็นเคล็ดที่ผมแนะนำให้กับหลายๆ คน) ทั้งนี้เพราะการวางแผนต่างๆ ในช่วงก่อนเวลาเริ่มงานจะทำให้คุณเห็นภาพรวมของงานที่จะต้องทำ ซึ่งจะนำไปสู่การจัดระบบความคิดและวางแผนการใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง ลองหาเวลาก่อนทำงานสัก 10-15 นาทีไล่ดูว่าวันนี้คุณจะต้องทำอะไรบ้าง แล้วค่อยๆ คิดวางแผนว่าคุณจะจัดการวันนี้อย่างไรให้เวิร์คที่สุด

6. โฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุด

สิ่งที่ต่อเนื่องจากข้อที่แล้วคือคุณควรสร้างนิสัยที่จะให้ความสำคัญกับงานที่สำคัญก่อนเป็นอย่างแรก หรือพูดง่ายๆ คือคุณต้องรู้จักการแยกแยะและวิเคราะห์ว่างานไหนสำคัญไม่สำคัญ งานไหนควรทำงานก่อนหลัง ไม่ใช่ตะบี้ตะบันทำมันทุกอย่างหรือทำงานหลายๆ อย่างไปพร้อมกัน (ซึ่งนั่นมักจะทำให้การทำงานไม่เวิร์คเลย)

7. ทำงานมากกว่าปรกติ

แม้ว่าการทำงานอาจจะเป็นเรื่องน่าเบื่อและหลายๆ คนอยากรีบกลับบ้าน แต่การลองทำงานที่มากขึ้นกว่าเดิมในแต่ละวัน เช่นโทรหาลูกค้ามากกว่าปรกติ ลองทำงานเพิ่มอีกสักนิดก็เป็นการฝึกให้ตัวคุณได้ทดสอบกับสภาวะใหม่ๆ ซึ่งจะกลายเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับคุณในเวลาต่อมา ตัวอย่างง่ายๆ ที่ผมมักจะยกคือไม่มีใครทำงานถึกได้แต่เกิด แต่พวกเขาค่อยๆ ทำ เจอการทดสอบอยู่เสมอๆ จนทำให้พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเดิม ทำงานได้มากกว่าเดิม และแน่นอนว่าถ้าคุณยังทำงานแบบเดิมๆ ด้วยภาระงานเท่าๆ เดิม คุณก็จะอยู่ในภาวะแบบเดิมๆ ต่อไปนั่นแหละฮะ

8. เรียนรู้/พัฒนาทักษะในทุกๆ วัน

การที่คุณจะเก่งขึ้นกว่าเดิม มันก็จำเป็นที่คุณจะต้องมีทักษะหรือความรู้บางอย่างที่ต่างไปจากทุกวันนี้ ฉะนั้นแล้วคุณควรหาให้เจอว่าอะไรที่คุณยังขาด อะไรที่คุณต้องการ แล้วหาวิธีที่จะฝึกฝนและเรียนรู้มันในทุกๆ วัน ทำให้มันเป็นกิจวัตรประจำวันให้ได้ อย่างตัวผมเองนั้น ผมก็มี Commitment กับตัวเองว่าจะต้องเขียนบล็อกและอ่านหนังสือในทุกๆ วัน เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนและเติมความรู้ใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่เรื่อยๆ ถ้าใครอยากเป็นนักพูด ผมก็จะแนะนำให้ฝึก “เล่าเรื่อง” ทุกวันหน้ากระจก และนี่ยังรวมไปถึงทักษะการทำงานอื่นๆ อีกมากมายที่เราสามารถหยิบมาพัฒนาได้อยู่เรื่อยๆ นั่นเอง