หนึ่งในไฮไลท์ของงาน Adobe Summit คือช่วงที่เรียกว่า Summit Sneaks ซึ่งเป็นการขนบรรดาเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาหรือทดลองอยู่ใน Adobe R&D มาโชว์กันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ซึ่งในปี 2019 นี้ก็มีตัวไฮไลท์สำคัญๆ อย่างการใช้ AI และ Mix Reality เป็นตัวชูโรง

หมายเหตุ: ผู้เขียนเข้าร่วมงาน Adobe Summit ในฐานะสื่อ ซึ่งได้รับความการสนับสนุนจากทาง Adobe ในเรื่องการเข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม บทความในซีรี่ย #AdobeSummit นี้ไม่ได้มีการตกลงหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อทำการเผยแพร่บทความแต่อย่างใด อีกทั้งทาง Adobe ไม่ได้เข้ามามีส่วนในการกำหนดเนื้อหาหรือมีอิทธิพลในการเขียนบทความนี้แต่อย่างใด การโปรโมทบทความนี้เป็นความสมัครใจของผู้เขียนเองโดยที่ทาง Adobe ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือออกค่าใช้จ่ายใดๆ

1. ประสบการณ์ของ AR ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หนึ่งในเทคโนโลยีที่พัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องคือ AR (Augmented Reality) ซึ่งใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ Mobile Device ที่แพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งคอนเทนต์ AR ใหม่ๆ นั้นจะสามารถโต้ตอบได้มากขึ้น ทำ Personalization ได้ดีขึ้น รวมทั้งเชื่อมโยงไปจนถึงการซื้อสินค้าต่างๆ แบบทันทีได้ผ่าน Digital Wallet ซึ่งตรงนี้ Adobe ก็เอามาโชว์ให้เห็นว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันก็จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจได้อีกมาก

2. AI กับการคาดการณ์ล่วงหน้าให้นักการตลาด

ในคอนเซปต์ของการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ และดำเนินการอะไรนั้น โดยปรกติก็จะเกิดขึ้นจากข้อมูลที่มีการเกิดขึ้นไปแล้ว เช่นลูกค้าได้ยกเลิก (หรือยื่นขอยกเลิก) บริการต่างๆ ซึ่งนั่นทำให้ตัวธุรกิจมักจะอยู่ในโหมดของ “Reaction” หรือตามหลังลูกค้าอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถของ AI จะสามารถเรียนรู้รูปแบบของพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นของผู้บริโภคและสามารถทำนายล่วงหน้าได้ว่าผู้บริโภคคนไหนมีแนวโน้มที่จะยกเลิกบริการ และแนะนำกลับมาด้วยว่าควรจะทำอย่างไรบ้างเพื่อที่จะสามารถเปลี่ยนใจพวกเขาได้ (เช่นต้องส่ง Email ด้วยหัวเรื่องแบบไหน เป็นต้น)

3. ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะในการจัดงานเอกสาร

อันนี้ก็ถือว่าเป็นการใช้งานร่วมกันระหว่างโปรแกรมจัดการเอกสารและระบบ Voice Control เพื่อแก้ปัญหาการจัดการเอกสารแบบเดิมๆ ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างมากเช่นการเปรียบเทียบข้อมูลราคาสินค้าระหว่างบริษัท / ระหว่างปี ซึ่งทำให้ต้องไปไฟล์มาเทียบ แล้วไหนจะต้องไล่ดูรายละเอียด โดยปัญหาดังกล่าวจะถูกแก้ด้วยเทคโนโลยี AI ที่เรียนรู้การอ่านข้อมูลต่างๆ ในเอกสาร (ผ่าน Image Recognition) และช่วยดำเนินการให้เมื่อเราสั่งการลงไป

4. Asset Search Engine ที่ทำงานด้วย AI

อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่องค์กรใหญ่ๆ จะมีปัญหาคือการมีบรรดาภาพ วีดีโอ ไฟล์ต่างๆ มากมายชนิดหากันไม่เจอ ไม่ก็ใช้เวลามาก จนหลายๆ ทีก็ตัดบทด้วยการทำใหม่ ถ่ายใหม่ จนกลายเป็นเพิ่มชิ้นงานเข้าไปอีก ซึ่งการมี Search Engine ที่รวมเทคโนโลยี AI เข้าไปนั้นก็จะสามารถดำเนินการตรงนี้ได้ดีขึ้น เช่นการพูดว่า “หารูปที่มีภูเขาเป็นเบื้องหลัง” ก็จะทำการดึงภาพที่มีลักษณะดังกล่าวออกมาจาก Stock Photos หรือแม้กระทั่งสามารถนำเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์อย่างเช่นโทนสี มาช่วยคัดกรองได้อีกด้วย 

หมายเหตุ: สามารถลองเล่นกันได้ที่ stock.adobe.com ซึ่งใช้หลักการเดียวกันในการบริหารจัดการ Stock Photo อันมหาศาล