หลังจากทีผมเขียนอัพเดทเกี่ยวกับงาน Adobe Symposium ไปก่อนหน้านี้ ก็มีหลายคนทักมาถามผมเหมือนกันว่า Adobe มาเกี่ยวอะไรกับ Digital Marketing เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่แล้วนั้น เราก็คงคุ้นๆ กับ Photoshop / Illustrator มากกว่า

แต่แท้จริงแล้ว สำหรับคนในสาย Digital Marketing ระดับองค์กรใหญ่ๆ นั้นก็คงพอจะทราบดีว่า Adobe คือผู้ให้บริการ Digital Marketing Solution อันดับต้นๆ ของโลก ถูกให้คะแนนในระดับที่ยอดเยี่ยมและได้รับการแนะนำทั้งจาก Forrester และ Gartner กันเลยทีเดียว

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ย์คอนเทนต์งาน Adobe Symposium ที่จัดขึ้นที่สิงค์โปร์ซึ่งผมได้เข้าร่วมงานในฐานะสื่อ โดยทาง Adobe ดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางและเข้าร่วมงานแต่ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องในการเขียนบทความแต่อย่างใด และการเขียนบทความนี้ไม่ได้มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนมาเกี่ยวข้อง

การเป็น All-in-one Digital Marketing Solution

จุดแข็งอย่างหนึ่งที่อาจจะต้องอธิบายให้หลายๆ คนเข้าใจกันหน่อยว่าทำไม Adobe ถึงเป็นที่จับตาของเหล่า Digital Marketer จากทั่วโลก ก็คือการที่ Adobe มีเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตคอนเทนต์ (พวก Photoshop / Illustrator หรือโปรแกรมสาย Creative ต่างๆ) และต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการเอกสารต่างๆ (พวก PDF ต่างๆ) การทำ Working Collaboration และที่น่าติดตามมากๆ คือการสร้าง Expereince Cloud ที่ว่าด้วยการบริหารจัดการข้อมูลดิจิทัล รวมทั้งการจัดการสื่อ การซื้อโฆษณาต่างๆ ฯลฯ เรียกได้ว่าครบตั้งแต่ต้นจนจบของกระบกวนการตลาดดิจิทัลเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งทำ Digital Marketing ก็อาจจะยังไม่ได้เห็นการทำงานสเกลใหญ่มากโดยเราอาจจะยังโฟกัสไปที่การลงโฆษณา Facebook / Google เป็นสำคัญ แต่กับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องบริหารทั้งเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น อีเมล์ และสื่ออื่นๆ อีกมากมายซึ่งมีความซับซ้อนในการใช้ข้อมูลชั้นสูงนั้น การหา Marketing Solution ที่จะครอบคลุมทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมการใช้วิธีซื้อ Solution เป็นชิ้นๆ มาปะติปะต่อกันก็ย่อมเกิดปัญหาอีก เช่นความเข้ากันของข้อมูล การโอนถ่ายเอกสาร ฯลฯ ซึ่งนั่นทำให้บริษัทขนาดใหญ่เลือกจะใช้ Adobe Expereince Cloud ที่ครอบคลุมทั้งหมดเลยทีเดียว

การพัฒนา Solution ที่เอื้อกับองค์กรที่จริงจังกับ Digital Marketing

ระหว่างการสัมภาษณ์ในงาน Adobe Symposium นั้น ผู้บริหารของ Adobe ให้ความเห็นถึงแนวทางของบริษัทว่ามุ่งจะพัฒนา Solution ให้กับธุรกิจที่มีต้องการจะสร้างขีดความสามารถของการตลาดให้ดีขึ้นกว่าเดิมโดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ ส่วนหนึ่งเพราะตอนนี้หลายๆ บริษัทก็เริ่มคุ้นเคยกับการซื้อโฆษณาบนโลกออนไลน์อยู่บ้างแล้ว แต่การซื้อโฆษณาต่างๆ นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตลาดในระดับใหญ่ ซึ่งผู้บริโภคตอนนี้เองก็คาดหวังประสบการณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ประกอบกับ Digital Touchpoint ต่างๆ ก็มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เทรนด์การนำข้อมูลมาบริหารจัดการขององค์กรต่างๆ ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ และนั่นทำให้ผู้บริหารในหลายๆ องค์กรเริ่มมองหาเครื่องมือที่มีศักยภาพมาพัฒนา Customer Experience ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย Digital Asset ของตัวเอง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดที่ Adobe พัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองเขามาตอบโจทย์ความต้องการนี้

Experience กลายเป็นเรื่องจริงจังและผู้บริหารห้ามมองข้าม

จริงอยู่ที่ว่าในยุคนี้ ใครๆ ก็จะพูดเรื่อง Digital Marketing ว่าด้วยการซื้อ Ad กันเป็นส่วนใหญ่ แต่ในระดับ Thought Leader นั้นได้มองไปสู่เรื่อง Customer Experience กัน และตอนนี้ผู้บริหารหลายๆ องค์กรก็เริ่มให้ความสำคัญว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเอง “เหมือน”​ หรือ “ดีกว่า” องค์กรอื่นๆ 

ความน่าสนใจในการเปรียบเทียบนี้อยู่ที่เป็นการเปรียบเทียบไม่ได้เฉพาะกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันอีกต่อไป เช่นสมัยก่อนเราอาจจะพูดว่าทำอย่างไรให้แบงก์เราทำได้เหมือนแบงก์นั้น แต่ด้วยตอนนี้ที่ผู้บริภาคสัมผัส Customer Experience มากขึ้นในช่องทางดิจิทัล มันก็เลยเริ่มเกิดการพูดกันว่า “เราอยากได้แอพของเราที่เหมือนแอพ Uber” หรือไม่ก็ “ทำไมไม่ทำเว็บไซต์เราให้ดูง่ายเหมือนเว็บของโรงแรมนั้นๆ” ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณให้เห็นว่า Customer Expereince จะกลายเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญต่อจากนี้ และการสร้าง Customer Experience ให้ดีเยี่ยมนั้นก็ไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อโฆษณาเพียงอย่างเดียว

การเปลี่ยนถ่ายของวิถี Creative Production & Advertising

เวลาเราพูดเรื่องของ Marketing Communication นั้น เราจะพบว่าโมเดลที่เราคุ้นๆ คือการว่าจ้างเอเยนซี่ในการดูแลทำ Artwork และชิ้นงานต่างๆ รวมทั้งการซื้อสื่อต่างๆ ด้วย แต่ตอนนี้เราก็เริ่มพบว่าหลายๆ องค์กรขยับในการจะมี In-House Production เพื่อรองรับการบริหารจัดการสื่อของตัวเอง (Own Media) อย่างเช่นเว็บไซต์ อีเมล์ เป็นต้น เช่นเดียวกับการซื้อสื่อที่เริ่มต้องผนวกข้อมูลต่างๆ ขององค์กรเช่น CRM เข้าไปช่วยการซื้อสื่อได้แม่นยำมากขึ้น นั่นทำให้วิธีการทำงานเลยไม่ได้อยู่ที่ฝั่งเอเยนซี่เพียงอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อน

ตรงนี้เองก็เป็นจุดที่ Adobe พยายามหา Solution เข้ามาช่วย เพราะตัว Adobe Expereince Cloud นั้นสามารถเป็น Solution สำหรับ In-House แบบครบจบเลยก็ได้ (สำหรับองค์กรที่ต้องการบริหารจัดการเบ็ดเสร็จโดยสมบูรณ์) หรือจะใช้ Solution ที่เชื่อมกันทั้งฝั่ง In-House และ Ageny เพื่อให้เกิด Seamless Collobration (การประสานงานแบบไร้รอยต่อ) ก็ได้

ทั้งนี้ ประเด็นนี้เองก็เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อยเพราะเราก็พอจะทราบๆ กันว่าโมเดล Advertising Agency นั้นได้รับผลกระทบค่อนข้างเยอะในยุคดิจิทัล ทั้งเรื่องการวางแผน การบริหารจัดการข้อมูล สเกลการผลิตชิ้นงาน ฯลฯ ซึ่งบางทีเราอาจจะพบว่าโครงสร้างและเครื่องมือที่เราเคยใช้อาจจะไม่เพียงพอในการจะรีดศักยภาพการตลาดได้ตามที่ผู้บริโภคคาดหวัง

ก้าวต่อไปของ Adobe กับการเป็น E-Commerce และบุกตลาดธุรกิจขนาดกลาง

หนึ่งในดีลทางธุรกิจ Digital Marketing ที่น่าติดตามในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาคือการที่ Adobe ซึ่งเป็นผู้นำด้าน Digital Marketing Solution ของโลกอยู่แล้วได้เข้าซื้อ Magento ซึ่งเป็น E-Commerce Platform ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายและเป็นที่รู้จักอย่างมากสำหรับคนทำงานด้านเว็บ ซึ่งหลายๆ คนก็จับตามองว่า Adobe จะเดินเกมต่อไปอย่างไร

ในช่วงของการสัมภาษณ์ผู้บริหารของ Adobe ก็มีหลายคนตั้งคำถามเรื่องนี้ ซึ่งทางผู้บริหารของ Adobe ก็ได้ให้ความเห็นว่าก่อนหน้านี้มีหลายองค์กรแสดงความต้องการที่จะหา Solution มาปิดให้ครบลูปการขาย หรือพูดง่ายๆ คือทำให้เกิดการซื้อขาย (Transaction) เลย ซึ่งก่อนหน้านี้ Adobe ยังขนาด Solution นี้อยู่ การเข้าซื้อ Magento มาเป็นหนึ่งใน Solution ของ Adobe ก็คงจะเป็นการปิดลูปนี้ได้อย่างลงตัว ซึ่งนั่นทำให้ Adobe สามารถสร้าง Marketing Solution ที่ “ครบ” และ “จบ” ได้อย่างที่เป็นจุดแข็งขององค์กร

นอกจากนี้แล้ว การที่ Adobe เข้าซื้อ Magento นั้นก็ยังแสดงให้เห็นทิศทางต่อจากนี้ของ Adobe ที่สามารถให้บริการกับธุรกิจขนาดกลางได้มากขึ้น เนื่องจาก Magento ก็เป็น E-Commerce Platform ซึ่งได้รับความนิยมและแพร่หลายในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อยอยู่แล้ว ซึ่งก็ถือเป็นการเปิดประตูให้ Adobe ซึ่งมักจะอยู่ในธุรกิจขนาด Enterprise สามารถเปิดตลาดอื่นได้ด้วย ซึ่งทางผู้บริหารของ Adobe เองก็ได้บอกต่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการพัฒนาบริการใหม่ๆ ของ Adobe ที่จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดกลางด้วย

 

นั่นก็คงเป็นเหมือนการสรุปแบบย่อๆ สำหรับคนที่สงสัยว่า Adobe มาเกี่ยวกับ Digital Marketing ได้อย่างไร รวมทั้งสรุปประเด็นน่าสนใจจากช่วงสัมภาษณ์ผู้บริหาร Adobe ในงาน Adobe Symposium ด้วย ซึ่งเรื่องราวและเทรนด์อื่นๆ จากงานนี้ยังอีกพอสมควร ซึ่งผมขอยกไปเขียนในบล็อกต่อๆ ไปนะครับ