ผมเข้าใจว่าหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินการพูดถึงเทคโนโล่ยอย่าง AR และ VR ว่าจะเป็นเทรนด์การตลาด แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่ได้เป็นเทรนด์อย่างที่หลายๆ คนคาดการณ์กัน บางคนอาจจะคิดว่ามันคงไม่น่าเกิดแล้ว แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังเห็นการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้กันอยู่

เทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นอย่างไร นักการตลาดยังต้องให้ความสนใจกันอยู่ไหม? ผมได้มีโอกาสฟังบรรยายในงาน Adobe Summit 2019 ซึ่งก็มีการอัปเดตและตอบคำถามหลายๆ เรื่องอยู่ เลยขอมาสรุปให้ฟังกันนะครับ

หมายเหตุ: ผู้เขียนเข้าร่วมงาน Adobe Summit ในฐานะสื่อ ซึ่งได้รับความการสนับสนุนจากทาง Adobe ในเรื่องการเข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม บทความในซีรี่ย #AdobeSummit นี้ไม่ได้มีการตกลงหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อทำการเผยแพร่บทความแต่อย่างใด อีกทั้งทาง Adobe ไม่ได้เข้ามามีส่วนในการกำหนดเนื้อหาหรือมีอิทธิพลในการเขียนบทความนี้แต่อย่างใด การโปรโมทบทความนี้เป็นความสมัครใจของผู้เขียนเองโดยที่ทาง Adobe ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือออกค่าใช้จ่ายใดๆ

B2C ยังอีกไกล แต่ Enterprise ใช้จริงกันแล้ว

ถ้าพูดกันตรงๆ ว่าเทคโนโลยีล้ำๆ อย่าง VR นั้นมีใครใช้บ้างแล้วนั้นก็พบว่ามีการใช้งานจริงๆ ในกลุ่มบริษัทแบบ Enterprise (บริษัทขนาดใหญ่) ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่ต้องมีการลงทุนค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะตัวซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์เอง ซึ่งการใช้งานในกลุ่มนี้ก็มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะใช้ในการฝึกอบรม / Simulator ต่างๆ หรือใช้งานในกลุ่ม Industrial Design เพื่อดูโมเดลให้สมจริงมากกว่าดูผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มธุรกิจแบบ B2C นั้นยังไม่ได้มีการใช้มากนัก ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องต้นทุนและความสามารถในการใช้งานของผู้บริโภคที่ยังมีข้อจำกัดอยู่เยอะ อย่างแค่ตัวอุปกรณ์ก็มีราคาค่อนข้างสูงอยู่ โดยอาจจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่าง AR ใน Mobile Device มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นของแบรนด์หรือการพัฒนาเกม แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในช่วง Early Stage มากๆ และยังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ กว่าจะสามารถไปสู่จุดที่เรียกว่า Critical Mass ได้

5G จะเป็นตัวหนุนที่สำคัญ

“Killer Feature of 5G is AR & VR” เป็นคำกล่าวที่ดูมั่นใจมากๆ จากผู้บรรยายโดยเข้าอธิบายว่าด้วยความเร็วที่สูงมากทำให้การรับส่งข้อมูลเพื่อเป็นคอนเทนต์หรือประสบการณ์แบบ AR / VR นั้นทำได้โดยไม่สะดุด และจะสามารถสร้าง Customer Experience แบบใหม่ได้อย่างที่หลายๆ บริษัทสร้างวิสัยทัศน์เอาไว้ (ซึ่งปัจจุบัน 4G ยังไม่สามารถไปถึงได้)

ถ้าใช้เป็นก็เวิร์คมาก

แม้ฟังๆ ดูจะเหมือนเทคโนโลยีเหล่านี้จะ “ว้าว”​ แต่ดูไกลสำหรับหลายคนจนดูไม่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามถ้าหาใช้แบบมีประสิทธิภาพก็จะทำให้เกิดอย่างมากเหมือนกัน เพราะแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Houzz ที่มีการใช้ AR ช่วยในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ นั้นก็พบว่ามีประสิทธิภาพในการสร้างประสบการณ์กับลูกค้าที่ดีกว่าการใช้รูปภาพถึง 11 เท่า หรือแบรนด์อย่าง BobbiBrown ก็พบว่าการใช้ AR ทำให้ยอด Click Through Rate สูงขึ้นเกือบ 3 เท่า

ถึงจุดนี้เลยต้องบอกว่า มันก็ใช่จะเป็นของเล่นหรือของไกลตัว เพราะถ้าหากนำมาใช้แบบที่เหมาะกับแบรนด์ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้จริง มันก็สามารถสร้างประสิทธิผลได้แบบที่นักการตลาดอยากได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือหลายๆ ธุรกิจนั้นมักจะใช้ AR / VR เป็นแค่ Gimmick โดยไม่ได้ดูว่าเหมาะหรือเข้ากับโจทย์การตลาดตัวเองไหม ซึ่งสุดท้ายก็จะกลายเป็นแค่การโชว์อะไรล้ำๆ แต่ไม่ได้ยั่งยืน ซึ่งตรงข้ามกับแบรนด์ที่ฉลาดใช้เทคโนโลยีเหล่านี้แล้วทำให้เกิดผลจริงๆ กับธุรกิจนั่นเอง