เวลาเราพูดชื่อคณะ “อักษรศาสตร์” สิ่งแรกๆ ที่มักตามกันมาคือการคิดว่าคณะนี้เรียนภาษา ถ้าคิดกันหนักๆ ก็อาจจะมองว่าคณะนี้คือโรงเรียนสอนภาษาเป็นแน่ ส่วนคนที่เรียนจบก็คงไม่พ้นการเป็นล่ม เป็นแอร์โฮสเตส หรือไม่ก็ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นภาพที่หลายๆ คนรวมทั้งเด็กที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยมองเอาไว้

แต่จริงๆ คณะอักษรศาสตร์ก็มีอะไรมากกว่านั้นเยอะมากกกกกกกกกกกกก

เมื่อวานผมได้รับการแชร์วีดีโอหนึ่งเกี่ยวเพื่อโปรโมทงานซึ่งจะจัดขึ้นที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ (ซึ่งก็คือคณะผมเองนั่นแหละ) และผมพบว่าวีดีโอนี้ทำออกมาโดยสื่อสารความเป็น “อักษรศาสตร์” ได้อย่างน่าสนใจ และอธิบายสิ่งที่พวกเราหลายคนพยายามบอกมาตลอดเลยก็ว่าได้

อย่างที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินแล้ว คณะอักษรศาสตร์ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Faculty of ARTS ซึ่งมันไม่ได้แปลว่า “อักษร” อย่างที่หลายๆ คนคิด แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่พวกเราเรียนคือ “มนุษย์ศาสตร์” ที่ครอบคลุมไปมากกว่าแค่ “ภาษา” หากรวมไปถึงการเข้าใจตัวมนุษย์ผ่านทางสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษา วรรณคดี อารยธรรม ศิลปะ ฯลฯ และสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่กับสิ่งที่เป็นอดีต แต่พวกเราทำความเข้าใจว่าปัจจุบันคืออะไร และจะพัฒนาไปสู่อะไรในอนาคต

มีคนชอบถามว่าคนเรียนอักษรศาสตร์ทำอะไรได้บ้าง และก็มักมีคำตอบที่พวกเรามักพูดกันเสมอว่า “ทำได้ทุกอย่าง” เพราะคนที่เรียนจบอักษรศาสตร์คือคนที่เรียนรู้และเข้าใจพื้นฐานของมนุษย์ และใช้มันเพื่อต่อยอดความคิดในศาสตร์แขนงอื่นได้ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกวันนี้ผมมีรุ่นพี่ เพื่อน และรุ่นน้องจากคณะอักษรศาสตร์ ที่เป็นทั้ง ครู นักแปล นักข่าว พิธีกร ดารา นักลงทุนตัวยง นักการตลาด ช่างภาพ แฟชั่นดีไซนเนอร์ ผู้บริหารมือฉกาจ โปรแกรมเมอร์ กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ ฯลฯ (คงอาจจะขาดแต่สายอาชีพเฉพาะอย่างแพทย์หรือวิศวกร) ซึ่งนั่นก็คงสะท้อนคำตอบของคำถามที่เรามักได้รับ

ผมรักคณะอักษรศาสตร์ ไม่ใช่เพราะคณะนี้ให้ปริญญาผมได้โอ้อวดใน Resume ไม่ใช่เพราะได้เอาไปอวดอ้างข่มเหนือใคร แต่ผมรักคณะอักษรศาสตร์เพราะตลอด 4 ปีที่เรียนและตลอดจนถึงทุกวันนี้นั้น ทำให้ผมได้เข้าใจ “โลก” มากกว่าที่ผมเคยเห็น