ถ้าองค์กรเราทำการตลาดแบบเดิมๆ ทำกิจกรรมต่างๆ แบบที่เคยทำมา มันก็คงไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรมากกับคนทำงาน เพราะหัวหน้า ผู้บริหารต่างๆ ก็คงรู้ที่มาที่ไปของโครงการต่างๆ ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบายอะไรกันให้วุ่นวายนัก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราล้วนมีโปรเจคมากมายที่เกิดขึ้นใหม่ ยิ่งในยุคดิจิทัลที่ต้องมีการทำอะไรต่างไปจากเดิมแล้ว มันก็มีสิ่งที่ต้องไป “นำเสนอ” และ “ขออนุมัติ” กันอยู่บ่อยๆ นั่นแหละ และมันก็จำเป็นไม่น้อยที่ต้องให้ผู้บริหารนั้นเห็นไปด้วยกับเรา

บล็อกนี้เลยขอสรุปแนวคิดพื้นฐานในการเตรียมเคสหรือเตรียมโปรเจคเพื่อไปขออนุมัติ หรือขอความเห็นชอบจากเหล่าบรรดาผู้บริหารนะครับ

1. รู้จักผู้บริหาร

แน่นอนว่าก่อนจะไปขายงานอะไร เราก็ต้องรู้จักลูกค้าเสียก่อน และผู้บริหารก็คือลูกค้าของเราในมุมหนึ่งไม่ต่างกัน การรู้จักผู้บริหารให้ดีว่าเขามีทัศนคติแบบไหน มีอคติกับเรื่องอะไร เปิดใจมากน้อยแค่ไหนก็มีส่วนสำคัญในการเตรียมเรื่องราวที่จะเล่าเพื่อขอความเห็นชอบ ในขณะเดียวกันนั้น การรู้ว่าสถานการณ์ของผู้บริหารเป็นอย่างก็เป็นอีกเรื่องที่ควรรู้ เช่นตอนนี้โดนกดดันจากเรื่องอะไร กำลังโฟกัสกับการลงทุนเรื่องไหน เป็นต้น

2. ขัดเกาไอเดียให้ชัด

การคุยกับผู้บริหารนั้นก็ไม่ค่อยจะได้รับเวลาเยอะเท่าไรนัก แถมพวกเขาก็มักจะมีงานต่างๆ มากมายให้ต้องคิดตลอดเวลา การนำเสนอไอเดียอะไรนั้นก็ต้องเรียกว่าทำให้พร้อม กระชับ และชัดเจนที่สุด ไม่ใช่ไปขายไอเดียลวกๆ หรือยังคลุมเครือๆ ไม่ชัดเจน เรียกได้ว่าก่อนจะเข้าห้องประชุมนั้นก็ต้องปรับให้ไอเดียนั้นชัดเจน จดจำได้ง่าย เข้าใจได้โดยไม่ต้องอ้อมค้อม

3. การมีแผนการที่ชัด

เวลาขายไอเดียอะไรต่างๆ นั้น กับผู้บริหารบางคนอาจจะขายแบบไอเดียคร่าวๆ ได้อยู่ แต่โดยธรรมชาติของผู้บริหารทั่วไปที่ต้องตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่าง ประกอบกับเป็นคนที่มักรอบคอบ พิจารณารายละเอียดต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจด้วยแล้ว การเตรียมแผนที่รัดกุม มีโครงสร้างแผนงานต่างๆ ที่น่าเชื่อถือก็จะช่วยให้การนำเสนอผ่านได้ง่ายขึ้น

4. หาพันธมิตรในองค์กรมาช่วยหนุน

เราขายงานคนเดียวอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ถ้ามีคนช่วยหนุน หรืออย่างน้อยๆ ก็บอกว่าได้รับการเห็นชอบ (ด้วย) จากแผนกต่างๆ หรือผู้บริหารท่านอื่น ๆ ก็มีส่วนที่จะทำให้เกิดการคล้อยตามได้ง่าย (แต่อย่าไปเอาความเห็นชอบจากคนที่เป็นอริหรือขั้วตรงข้ามมาเชียวนะครับ…ฮา) นั่นทำให้บางครั้งก็จะมีการอ้างคนที่ได้รับการยอมรับในองค์กรมาค้ำการนำเสนอนั่นเอง

5. เตรียม Call to Action ให้ผู้บริหาร

หลายคนมาพรีเซนต์จบแล้วก็ยืนงงกันตรงนั้นว่าจะอย่างไรต่อ ซึ่งก็คงไม่ใช่สิ่งที่ควรจำเป็นแน่ ทางที่ดีแล้วผู้นำเสนอควรเตรียมไว้ระดับหนึ่งกับสิ่งที่ต้องการขอให้ผู้บริหารทำ เช่นระบุว่าต้องการให้อนุมัติอะไร ต้องการความช่วยเหลืออะไร เช่นเดียวกับการบอกว่าต่อจะดำเนินการอะไรเป็นลำดับต่อไปนั่นเอง