“Be friendly, but not friends at work”

ประโยคนี้ผมเจอในหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ซึ่งผมว่ามันสอดแทรกแง่คิดที่จริงอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ทำงานด้วยกับเราจะเหมาะกับการเป็นเพื่อนเสมอไปโดยแม้ว่าเขาอาจจะเป็นคนที่ทำงานด้วยดีมาก ๆ ก็ตาม

เพราะความสัมพันธ์ของ “เพื่อน” มีอะไรมากกว่าการทำงานด้วย

และในขณะเดียวกัน การเป็น “เพื่อน”​ ก็อาจจะทำให้เกิดผลกับการทำงานด้วยเช่นกัน เช่นการเอนเอียงในการตัดสินใจต่าง ๆ การช่วยเหลือบางอย่างโดยละเมิดข้อตกลงหรือวิธีการทำงานโดยการบอกว่า “เพื่อนกัน” ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

นั่นยังไม่นับถึงการที่การสร้าง “กลุ่มเพื่อน” จนทำให้คนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มรู้สึกแปลกแยก ไม่เข้าพวกไปเสียอีก

ประเด็นเรื่องของความสัมพันธ์แบบเพื่อนในที่ทำงานนี้จะมองว่าเป็นข้อดีก็ใช่ แต่ก็มีข้อเสี่ยงให้คิดอยู่ไม่น้อยอย่างที่กล่าวไป คนทำงานที่เป็นมืออาชีพต้องรู้วิธีการบริหารและจัดการเรื่องนี้ให้เหมาะสม เพราะถ้าหากวางตัวกันไม่ดีแล้วก็จะทำให้คนมองว่าใช้ความเป็นเพื่อนเพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับการทำงานไปเสียอีก

แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าพอไม่ได้เป็นเพื่อนเราแล้วเราจะต้องไม่ทำตัวดีกับผู้อื่น เพราะการประพฤติตัวกับคนรอบข้างอย่างเป็นมิตรนั้นไม่ได้จำเป็นจะต้องเกิดจากการเป็นเพื่อนสนิทแต่อย่างใด การให้เกียรติ ถ้อยทีถ้อยอาศัย เห็นอกเห็นใจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นมิตรโดยไม่ต้องอ้างว่าเป็นเพื่อน

ซึ่งนั่นแหละครับคือสิ่งที่อาจจะชวนให้เราคิดว่าเรื่องความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนในที่ทำงานนี่เอง

หมายเหตุ: อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าเราไม่ควรคบคนที่ทำงานเป็นเพื่อนนะฮะ เพราะเอาเข้าจริงบางคนก็สามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ บางคนอาจจะกลายเป็นเพื่อนสนิทไปด้วยซ้ำ แต่เราก็ต้องรู้จักแยกแยะความสัมพันธ์เหล่านี้และบริหารความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเรื่องงานให้เหมาะสมทั้งกับตัวเองและในสายตาของคนรอบข้างด้วยนั่นเองล่ะครับ