หลังจากที่เราเริ่มเกริ่นจากการหา Why ของการเป็นบล็อกเกอร์แล้ว ทีนี้เราลองมาสำรวจกันดูดีกว่าครับว่าถ้าจะเป็นบล็อกเกอร์นั้น คุณจะหาอะไรมา “เล่า” ดี

หาสิ่งที่ใช่ สิ่งที่คุณรักที่จะเล่า

เอาจริงๆ ทุกวันนี้วงการบล็อกเกอร์ก็ต้องยอมรับว่ามีเม็ดเงินมหาศาลอยู่ไม่น้อยเมื่อการตลาดปัจจุบันเปิดกว้างกับโลกออนไลน์มากขึ้น มันทำให้หลายๆ คนอยากกระโดดเข้ามาเป็นบล็อกเกอร์เพราะโอกาสด้านรายได้ ไหนจะได้สิทธิพิเศษต่างๆ (จนหลายๆ คนหยิบไปแซะกันบ่อยๆ ว่ากลายเป็นฐานันดรใหม่ไปแล้ว)

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามันมีอยู่จริงแต่ผมไม่อยากให้ทำแบบนั้นหรอกนะครับ

ที่เป็นอย่างนี้เพราะถ้าเรามองว่าการทำบล็อกเป็นเรื่องผลประโยชน์แล้ว มันก็จะกลายเป็นว่าเรากำลังเขียนบล็อกโดยอิงอยู่บนรายได้ ผลประโยชน์เป็นสำคัญ ซึ่งจากประสบการณ์ของผมแล้ว หลายๆ บล็อกก็กลายเป็นธุรกิจจนสุดท้ายทำลายตัวตนของบล็อกเดิมไปเสียหมด

สิ่งสำคัญที่ผมมักจะพูดเสมอว่าบล็อกมันก็เหมือนกับไดอารี่ บันทึก และสื่อของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องผูกพันกับมันไปอีกนาน (จนกว่าจะปิดบล็อกนั่นแหละ) แถมยังกลายเป็น Digital Footprint ให้กับตัวเราด้วย ฉะนั้นแล้วมันจึงควรเป็นสิ่งที่คุณมีใจรักกับมันจริงๆ บางทีผมอาจจะพูดกึ่งเวอร์ด้วยว่าต้องเป็นสิ่งที่เราหลงรักมันมากๆ

อย่าลืมว่าการเขียนบล็อกแต่ละบล็อกนั้นต้องใช้เวลา ต้องใช้เรี่ยวแรงและพลังอยู่ไม่น้อย การเขียนบล็อกสองบล็อกอาจจะดูเป็นเรื่องสนุกแต่การเขียนต่อเนื่องเป็นปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าไม่ได้รักไม่ได้ชอบกันจริง ไหนช่วงแรกๆ ที่บล็อกยังไม่เป็นที่รู้จักด้วยแล้ว เราจะเจอกับภาวะที่เจอการตั้งคำถามเลยว่า “เขียนไปทำไม” “ใครจะอ่าน” ซึ่งถ้าไม่รักกันจริงก็จะถอดใจกันง่ายๆ นั่นแหละ

ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ “ใช่” และจะเขียนได้ไหม?

พอเป็นแบบนี้บางคนก็จะถามกันแบบหัวข้อนั่นแหละครับว่าถ้าไม่ใช่เรื่องที่ชอบมากที่สุด หรือเป็นเรื่องประเภทที่นึกไม่ออกว่าจะไปต่อยอดระยะยาวได้ยังไง เราจะเขียนหัวข้ออื่นได้ไหม?

เป็นไปได้ครับ

ที่บอกเช่นนี้คือถ้าเรื่องที่คุณจะเขียนบล็อกไม่ได้อินมากนัก ไม่ใช่สิ่งที่คุณรู้จักดี มันก็มีอีกแกนหนึ่งที่พอจะทดแทนได้นั่นก็คือ…

มันต้องเป็นสิ่งที่คุณอยากเรียนรู้กับมันไปเรื่อยๆ

ทั้งนี้เพราะหลายๆ คนตอนเริ่มต้นเขียนบล็อกก็ไม่ได้เป็นคนเชี่ยวชาญอะไรหรอกครับ แต่มันเป็นสิ่งที่เขาสนใจ ใคร่รู้ แล้วก็ใช้บล็อกเป็นเหมือนไดอารี่ถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ที่ตัวเองกำลังเรียนรู้ให้กับคนอื่นๆ ผมเองส่วนตัวก็ชอบเอาเรื่องที่เรียนรู้ใหม่ๆ มาเขียนบล็อกอยู่เสมอๆ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของตัวผมเองด้วย (และก็กลายเป็นผลดีเสียอีก)

คำถามประเภท “ชั้นชอบอะไร” อาจจะเป็นคำถามที่ไม่ง่ายกับหลายๆ คนที่ไม่ได้มี Passion กับอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าคุณตกอยู่ในข่ายนั้นแล้ว ลองเปลี่ยนมุมมาว่าเอาบล็อกเนี่ยแหละคือการ “ค้นหา” และ “เรียนรู้” ของคุณดูก็ได้ครับ

คุณเป็นนักเล่าได้หรือเปล่า?

การเป็นบล็อกเกอร์มันคือการถ่ายทอดและเล่าผ่านตัวหนังสือ (หรือจะรูปภาพหรือวีดีโอก็ได้) ซึ่งตรงนี้ต้องใช้ทักษะสำคัญคือการ “เล่า” และ “ถ่ายทอด” ออกมาให้กับคนอื่น

พอเป็นเช่นนี้แล้ว ถ้าใครอยากจะเขียนบล็อกก็ลองถามตัวเองเยอะๆ ว่าตัวเองเป็นคนชอบเล่าอะไรหรือเปล่า เราสนุกกับการเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้มากแค่ไหน เราต้องไม่ลืมว่าการเป็นบล็อกเกอร์นั้นต้องขยันเล่าอย่างสม่ำเสมอซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุกถ้าคุณไม่ใช่คนประเภทชอบเล่าอะไรให้คนอื่นฟังเป็นแน่

และนั่นจะโยงกลับไปเรื่องว่าทำไมเราต้องหาสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่เราสนใจมาเป็นแกนกลางของบล็อกนั่นแหละครับ เพราะถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่เราอิน เรื่องที่เราสนใจ มันก็จะเริ่มยากที่จะเล่า เริ่มยากที่จะสรรหาเรื่องราวต่างๆ มาบรรยายอยู่เรื่อยๆ เผลอๆ อาจจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อเสียด้วยซ้ำ

ฉะนั้น มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าคุณอยากเริ่มต้นเขียนบล็อกกันแบบจริงจัง ลองถามหาสิ่งที่ผมเขียนในบล็อกดูก็ได้ครับ ว่าคุณมีสิ่งที่คุณชอบและสนใจจริงๆ หรือยัง? คุณรักที่จะเล่ามันแค่ไหน? คุณสามารถเล่ามันได้ทุกๆ วันหรือไม่?

และถ้าคุณอยากทดสอบว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นไม่ได้คิดเองเออเอง ลองทำแบบทดสอบขำๆ ที่ผมเอาไว้สอนเรื่องการเขียนบล็อกก็ได้ครับ นั่นก็คือลองเขียนหัวข้อบล็อกจากสิ่งที่คุณว่าคุณสนใจดูสัก 10 ข้อภายในสัก 10 นาทีดูสิ ถ้าคุณเขียนได้อย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัดก็แสดงว่าคุณเริ่มมาถูกทางแล้วล่ะครับ

ตัวอย่าง: บล็อกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัว

  1. วิธีการสื่อสารกับวัวที่คุณอาจจะไม่เคยรู้
  2. ดูอย่างไรว่าวัวสมบูรณ์ไม่สมบูรณ์
  3. น้ำนมวัวดีจริงหรือไม่
  4. รีดนมวัวอย่างไรให้ได้น้ำเยอะ
  5. วัวกินหญ้า แล้วหญ้าแบบไหนจะเหมาะกับวัวที่สุด
  6. ลวดลายบนตัววัวบ่งบอกอะไร
  7. เพลงมีผลกับวัวหรือไม่
  8. วิธีการฝึกให้วัวเชื่อฟัง
  9. ซื้อวัวอย่างไรให้ได้ถูกราคาที่สุด
  10. ขายวัวอย่างไรให้ได้ราคาดี

อาจจะฟังดูขำๆ แต่บล็อกเรื่องวัวข้างต้นมาจากเคสจริงที่น้องในทีมผมเคยเขียนขึ้นมาแล้วผมลองคิดต่อว่าถ้าเราจะเขียนบล็อกเรื่องวัวจะมีเรื่องอะไรให้เล่าได้บ้างซึ่งผมก็คิด 10 บล็อกดังกล่าวขึ้นมาแบบเร็วๆ เพื่อทดสอบว่าเราพอจะ “อิน” และสนุกกับการหาอะไรมาเล่าภายใต้เรื่อง “วัว” ได้ไหม

บล็อกนี้เลยขอจบลงตรงนี้ก่อนแล้วกัน แล้วไว้บล็อกหน้าผมจะมาเล่าไอเดียต่อว่าถ้าคุณเริ่มสนุกจะเขียนบล็อกแล้ว เราจะทำอะไรกันต่อไปดีนะครับ ^^